LongFiction

 WARNING !!

บอกได้คำเดียวว่า 'วาย' เด้อ~ 

Title     Innocent ‘n Innovate

Paring  Yamap x Yuya

By         iMaGiNe_Zz

 

--------------------------------------------------------------

 

Part 7             

นายว่าไงนะ!!!จะออกจากงาน!!” เสียงร้องโวยวายดังท่ามกลางร้านกาแฟเล็กๆ ที่แม้จะมีแขกในร้านไม่มากนักแต่ก็พอที่จะเรียกให้ทุกคนหันหน้าหันหลังมาจับจุดสนใจเด็กหนุ่มหน้าตาน่ารักสองคนเป็นจุดเดียวกัน  คาเมะเกาศีรษะตัวเองแกรกๆ เพราะเพิ่งรู้สึกตัวว่าเขาคงแสดงอาการตกใจ(มาก)ไปหน่อย ก่อนจะค้อมศีรษะลงเป็นเชิงขอโทษแขกทุกคนในร้าน              

 ยูยะนายจะบ้าหรือไง ออกจากงานตอนนี้เนี่ยนะ!” คาเมะหันมาเอาเรื่องเพื่อนรักตรงหน้าแทน แต่ไม่ลืมที่จะลดระดับเดซิเบลเสียงลงจากเดิม

ทำแบบนี้เดี๋ยวก็จบไม่ทันหรอก รู้มั้ย?” คนถูกถามถอนหายใจหนักๆ             

ก็ผมบอกคาเมะแล้วนี่ครับว่าแค่ขอหยุดฝึกเฉยๆ ถ้าผมเคลียร์งานที่มหาลัยเสร็จเมื่อไหร่แล้วผมจะไปฝึกต่อทันที ไม่เห็นต้องตกใจขนาดนั้นเลยนี่นา ตอบเสร็จยูยะก็หยิบถ้วยกาแฟขึ้นมาดื่มอย่างไม่สะทกสะท้านกับสีหน้าของคาเมะที่เหมือนกับเห็นว่าโลกนี้กำลังจะแตกเสียให้ได้             

ทำแบบนั้นมันก็ไม่ต่างจากออกจากงานเท่าไหร่หรอกนะ! ฉันเข้าใจนะว่านายกำลังมีปัญหาแต่นายก็ต้องแยกแยะเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานให้ออกสิ!”             

เพราะผมแยกเรื่องส่วนตัวออกจากเรื่องงานน่ะสิ ผมถึงต้องทำอย่างนี้ ถ้าขืนยังทำงานอยู่ที่นั่นผมมองไม่เห็นเลยว่าจะมีอะไรดีขึ้นยูยะวางถ้วยกาแฟลงก่อนจะเบือนหน้าเสมองไปทางกระจก ผู้คนนอกร้านเดินกันขวักไขว่ให้ดูสับสนคล้ายกับจิตใจของเขาเองในตอนนี้             

....ที่กำลัง สับสนไม่ต่างกัน….            

ยูยะไม่รู้ว่าคิดถูกหรือเปล่าที่ตัดสินใจพูดแบบนั้นออกไป สำหรับยามะพีนั่นอาจจะเป็นเพียงโอกาสเดียวที่เขาหยิบยื่นให้ ถึงอย่างนั้นก็ตามยามะพีไม่รู้หรอกว่ายูยะแค่พยายามจะหยุดเรื่องราวที่เขาก้าวล้ำเส้นมามากเกินให้หยุดลงต่างหาก  ด้วยการก้าวเดินออกจากชีวิตของยามะพีเอง ....ทำแบบนั้นลงไปทั้งๆที่หัวใจปฏิเสธการกระทำของตัวเองอย่างสิ้นเชิง....เทโงชิ ยูยะ....ที่ทำแบบนี้ตกลงนายต้องการจริงๆหรือเปล่า!!.... 

แล้วนายคิดว่าสามารถแยกหัวใจออกจากร่างกายได้ด้วยงั้นหรอ?” ยูยะรู้ดีว่าสิ่งที่คาเมะพูดนั้นหมายถึงอะไร ถึงทั้งเขาและคาเมะจะเป็นเพื่อนอายุอานามรุ่นราวคราวกันก็ตามแต่คาเมะกลับมีประสบการณ์ต่างๆมากมายมากกว่ายูยะเสียอีกและเพราะเหตุผลนั่นเองที่ทำให้ยูยะต้องเชื่อและรับฟังความคิดเห็นของคาเมะเสมอ  แต่ครั้งนี้ยูยะขอเป็นเพื่อนไม่ดีไม่ยอมฟังคำเตือนจากเพื่อนที่แสนดีอย่างคาเมะซักครั้ง               

พูดเป็นเล่นน่าคาเมะ ผมจะทำนั้นได้ยังไง คนตายต่างหากที่แยกหัวใจออกจากร่างกายได้หนะ คาเมะมองหน้าเพื่อนที่ตอบกลับคำถามจริงจังของเขาด้วยคำพูดตลกๆ กับหน้าตาทะเล้นเกินปกติ คนหน้าหวานลอบถอนหายใจหนักๆ....นายไม่รู้หรือไงยูยะ.

......... คนที่ปฏิเสธความรักมันก็ไม่ต่างกับตายทั้งเป็นหรอก  ………...

ชายหนุ่มหน้าตาดีในชุดทำงานเต็มยศ พักสายตาจากแฟ้มเอกสารที่วางกองเต็มจนแทบจะล้นโต๊ะทำงานที่ด้านหน้าติดป้ายไม่เล็กไม่ใหญ่ว่า อาคานิชิ จิน ก่อนจะปรายตามองเพื่อนตัวดีที่จู่ๆก็แล่นมาหาเค้าด้วยท่าทางรีบร้อนไม่ยอมพูดยอมจา เอาแต่เดินไปเดินมาเหมือนหนูติดจั่นไม่เลิก นี่มันเห็นเขาเป็นหัวหลักหัวตอรึยังไงกัน! 

ถ้าแกคิดจะมาเพื่อเดินเล่นที่ห้องฉันละก็ กลับไปซะไอ้พี! รำคาญโว้ย!” หมดกันทีความอดทนที่จินอุตส่าอดรนทนได้อยู่ตั้งนาน  แต่ไอ้เพื่อนหน้าหล่อที่คบกันมานานหลายปีจนแทบจะรู้นิสัยดีพอๆกับตัวเองกลับทำทีไม่สนใจแต่ตัวเองก็หยุดเดินแล้วหย่อนตัวนั่งลงกับโซฟารับแขกก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ราวกับคนที่เพิ่งรู้ว่าโลกจะแตกวันพรุ่งนี้แน่ๆ!?

แล้วห้องทำงานแกมันใช่สวนรึยังกันวะ คนกำลังเครียดๆ ไม่ช่วยแล้วยังจะกวนประสาทให้เสียอารมณ์อีกไอ้เพื่อนผู้แสนดี ไอ้เพื่อนสุดประเสริฐ!!” คนหล่อประชดประชันเต็มที่ ทั้งที่ตัวเองก็บอกว่าเครียดอยู่แท้ๆแต่ก็ยังมีอารมณ์ประชดจินได้อีก  

อ้อหรอ...ฉันก็เพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าตัวเองมีโทรจิตสื่อสารแกทางจิตได้ ถึงรู้เรื่องแต่ก็ไม่ยอมช่วยอะไรแบบนี้อยู่ได้! เจริญดีจริงให้ตาย!!” ปกติเองจินเป็นคนตรงจะชมหรือด่าก็พูดกันตรงๆไม่ต้องเสียเวลาตีความให้เมื่อย แต่ตอนนี้ที่ต้องพูดจาอ้อมค้อมก็เพราะอยากให้ไอ้พีมันได้ฉุกคิด หยุดฟุ้งซ่านซักทีเห็นจินเป็นคนแบบนี้แต่ก็มีสาระเหมือนกันนะคร๊าบ 

เออ! ขอโทษ ทำไงได้ แล้วคำพูดอ้อมๆของจินก็ทำให้ยามะพีฉุกคิดได้จริงๆว่าตัวเองยังไม่ทันจะบอกปัญหาอะไรให้เพื่อนฟังเลยซักคำเดียว แถมยังมีหน้าไปต่อว่าปาวๆตามนิสัยเถื่อนๆของมนุษย์ปุถุชนทั่วไปที่ชอบทำกันอีกต่างหาก  

ก็เรื่องเจ้าเด็กนั่นอีกนั่นแหละ ยามะพีพูดหงอยๆ ถึงจะมั่นใจว่าเค้าจะสามารถพิสูจน์ตัวเองให้ยูยะเห็นได้ แต่เค้าเองก็ยังคิดไม่ตกเลยว่าจะทำยังไงดี มีหนทางไหนบ้างที่เค้าจะทำให้ยูยะเห็น......ตอนนี้ก็เลยไม่รู้ว่าตกลงเค้าจะสามารถเชื่อมั่นในตัวเองได้จริงๆหรือเปล่า??.....ถ้าเจ้าเด็กนั่นรู้ความจริงจะเสียใจหรือเปล่าที่เค้าไม่มีความมั่นใจที่จะพิสูจน์ตัวเองแบบนี้....หรือไม่ก็ไม่รู้สึกอะไรเลยเพราะไม่คิดอะไรกับเค้าอย่างที่ปากพูดจริงๆ!!  

อะไรนะ นี่ยังเคลียร์กันไม่เสร็จอีกหรอ ฉันอุตส่าพาโจทย์แกไปส่งถึงที่ยังไม่ได้ความอีกรึไง!” จินอยากจะด่าเพื่อนตรงหน้าเหลือเกินว่า ไอ้ปัญญาหามีไม่! แต่สีหน้าชักใกล้จะตายอยู่รอมร่อของยามะพีนะสิ เค้าถึงต้องหยุดคำพูดไว้แค่นั้น จินเองก็มีคุณธรรมในใจมากพอที่จะไม่เหยียบซ้ำคนที่เพิ่งล้มมาหรอกนะ             

ยูยะอยากให้ฉันพิสูจน์ตัวเองว่ารักเค้าจริง ทำไงดีวะ ยามะพีก้มหน้าใช้ความคิดอย่างหนัก ปัญหางานที่ว่ายากเค้ายังไม่เคยต้องมาคิดหนักขนาดนี้เลย อาจจะเป็นเพราะว่าเรื่องงานยามะพีไม่ต้องมาปวดใจกับคำพูดของเด็กตัวเล็กๆอย่างครั้งนี้ก็เป็นได้   จินส่ายศีรษะเบาๆ ไม่เคยจริงๆ ไม่เคยเห็นเพื่อนรักอาการหนักเข้าขั้นโคม่าอย่างนี้มาก่อนเลย ถึงจะเคยมีอยู่ครั้งหนึ่งที่ไอ้พีมันเอาแต่ทำหน้าเครียด ทำขรึมดูผิดปกติ อาการเหมือนคนอกหักแต่ตอนนั้นมันก็นานมากแล้ว อาจจะตั้งแต่ก่อนที่จินคบคาเมะเมื่อหลายปีก่อนด้วยซ้ำ ถ้าเค้าจำไม่ผิดก็คงเป็นช่วงก่อนที่เพื่อนรักจะกลายมาเป็นคนนิสัยเพลย์บอย รักสนุกไปวันๆ โดยที่เค้าช่วยอะไรไม่ได้เลย             

ปัญหามันไม่ยากหรอก อยู่ที่ว่าตกลงแกรักยูยะจริงหรือเปล่าแค่นั้น?” 

………

……………..……….…. 

ทุกเช้าคนอย่างเทโงชิ ยูยะไม่เคยที่จะต้องตื่นมาอรุณสวัสดิ์เจ้าปัญหาน่าปวดหัวเลยแม้ซักครั้งเดียว....มันต้องเป็นเช้าที่สดใส อากาศที่สดชื่น อารมณ์ที่แจ่มใสสิ....แต่ตื่นมาแล้วต้องมานั่งปวดหัวกับสิ่งที่ตัวเองจะเผชิญในวันที่กำลังจะเริ่มต้น ยูยะก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดีจริงๆ  

จะไปดีมั้ยเนี่ย??” กลายเป็นปัญหาโลกแตกสำหรับเค้าไปแล้ว ปลายคิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างใช้ความคิด ถ้ารู้ว่าเรื่องจะต้องมาเป็นอย่างนี้  ยูยะคงไม่ยอมทำตามคำสั่งแบบเผด็จการของยามะพีแน่ๆ  พรีเซ็นเตอร์บ้าบออะไรนั่น เค้าไม่อยากทำซักหน่อย ให้ตายเถอะ!!!  แต่การต้องทำในสิ่งที่ยูยะไม่ชอบ มันคงไม่น่าลำบากใจเท่ากับการที่เค้าจะต้องไปเจอยามะพีทั้งที่ยังไม่พร้อมจะเจอต่างหาก ที่มันน่าหนักใจมากกว่า   

แล้วไง คิดว่าจะสนหรอ ปากเล็กเบ้น้อยๆ ถึงยูยะจะเบี้ยวนัดงาน แล้วชื่อเสียงของบริษัทหมอนั่นจะเสียชื่อขนาดไหน เค้าก็ไม่เห็นจะต้องสนเลยซักนิดเดียวแล้วก็อย่าคิดจะตามหาตัวซะให้ยาก เพราะยูยะไม่คิดจะอยู่ให้เจอตัวแน่ๆ  และแล้วแผนการก็ถูกเรียบเรียงในสมองน้อยๆ อย่างรวดเร็ว ก่อนที่ริมฝีปากบางจะคลี่ยิ้มชั่วร้ายราวกับปีศาจแสนซนตัวแสบออกมา   

.....ยูยะเองคงไม่รู้ตัวหรอกว่าไปซึมซับนิสัยร้ายๆแบบนี้มาจากใคร??.....  

Trrrrrr Trrrrrr Trrrrrrr”

ม่ทันที่คนเพิ่งหัดร้ายจะได้นั่งสบายใจกับแผนการของตัวเอง เสียงโทรศัพท์เครื่องน้อยก็ดังลั่น แล้วยูยะก็ไม่คิดจะปล่อยให้มันดังปวดแก้วหูหรือทำลายระบบประสาทหูของเค้าเล่นแน่ๆ จึงเอื้อมมือไปบนหัวเตียงหยิบโทรศัพท์ก่อนจะกดรับสายเบอร์ที่คุ้นเคย แต่พอจะอ้าปากส่งคลื่นเสียงไม่กี่เฮิร์ตทักทายอรุณสวัสดิ์เพื่อน คลื่นเสียงความถี่สูงจากปลายสายก็ดังออกมาเสียก่อน 

อย่าคิดจะเบี้ยวงานวันนี้เชียวนะ ไม่งั้นฉันเล่นงานนายแน่ยูยะ!!!” หมดกันงานนี้!! อุตส่านั่งใช้พลังงานกระตุ้นเซลล์สมองสร้างกระแสประสาท ให้เกิดความคิดอยู่ตั้งนาน แค่คำขู่โหดๆประโยคเดียวของคาเมะ พลังงานที่หมดไปของยูยะก็ดูไร้ค่าขึ้นมาเลยทีเดียว ไม่ยุติธรรมกับเค้าเลย T^T น่าเสียดายพลังงาน ATP ชะมัด!!   

แต่..... 

ไม่ต้องมาแต่เลย ฉันให้เวลาหนึ่งชั่วโมงเดี๋ยวจะไปรับ ถึงนายจะพักงานที่บริษัทแต่งานนี้นายต้องทำเทโงชิ ยูยะ!!”  นิสัยไม่ดี!! ไม่ฟังคำทักท้วงของเค้าซักคำ แล้วยังตัดสายไปดื้อๆอย่างนี้ คาเมะนะคาเมะ ไปเอานิสัยแบบนี้มาจากใครกันนะ!!    

ขอบคุณนะคาเมะ ถ้าให้ฉันโทรไปยูยะไม่มีทางยอมมาทำงานแน่ๆ บุคคลผู้ถูกเอ่ยถึงในแง่ร้ายในความคิดของยูยะขอบอกขอบใจแฟนตัวเล็กของเพื่อนรักที่กำลังไปตรวจดูความเรียบร้อยก่อนจะเริ่มทำงานอย่างสุดซึ้ง  ไม่ต้องเดาให้ยากเลยว่าเจ้าเด็กนั่นคงกำลังคิดจะผิดนัดแล้วเบี้ยวงานครั้งนี้แน่ๆ ยังไงๆก็ไม่ยอมให้ยูยะทำเสียงานแน่นอน   เค้าเองก็โตและมีวุฒิภาวะมากพอที่จะแยกแยะเรื่องส่วนตัวกับงานออกจากกัน   

ไม่เป็นไรหรอก ฉันเองก็ไม่ยอมให้หมอนั่นทำเสียงายเหมือนกัน ไม่ไหวเลยจริงๆทำตัวเป็นเด็กๆไปได้ คาเมะส่ายหน้าหน่ายๆกับนิสัยดื้อรั้นค้านหัวชนฝาของยูยะที่ไม่เลิกเสียที  นี่คิดว่าหลบหน้าแล้วทุกอย่างมันจะดีขึ้นหรือยังไง  

ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวกลับบริษัทก่อน ที่สตูดิโอคงต้องฝากให้นายกับไอ้จินช่วยดูให้ด้วยแล้วกัน            

นี่นายไม่คิดจะรอยูยะหรอ?”             

ไม่เป็นไรหรอก ยามะพียิ้มแห้งๆตอบกลับมา แล้วหันหลังเดินไปทางประตูของสตูดิโอ             

พอกันเลยไอ้คู่นี้!!             

อะไรกันคาเมะ ทำหน้ามุ่ยแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะ เสียงนุ่มดังขึ้นด้านหลังพร้อมกับลำแขนแข็งแรงที่โอบกอดเอวเล็กของคาเมะไว้อย่างเบามือ             

จินก็ดูสิ ทั้งยูยะ ทั้งยามะพีเอาแต่หลบหน้ากันแบบนี้แล้วเมื่อไหร่จะเข้าใจกันซักทีละ ผมอุตส่าช่วยสุดฝีมือแล้วนะเนี่ย จินหมุนร่างคาเมะให้หันมาหาก่อนจะเกลี่ยมปอยผมนุ่มเบาๆด้วยความเคยชิน            

เอาเถอะน่าเลิกห่วงได้แล้ว ไอ้พีมันมีวิธีของมันแล้วกัน เชื่อใจฉันสิ             

วิธีของยามะพีหรอ?’

ยังไงก็อย่าให้เหมือนคราวของเค้าเลยที่ยามะพียอมถอยไปโดยไม่สู้อะไรเลย ถ้าเป็นอย่างนั้นคาเมะจะกล้าเชื่อใจจินได้ขนาดไหนกันนะ  

... แล้วก็หนึ่งชั่วโมงถัดมานั่นเองที่ยูยะมาถึงได้มาถึงที่สตูดิโอถ่ายโฆษณา โดยคนขับรถจำเป็นอย่างคาเมะที่เข้าไปฉุดกระชากลากถูเค้าขึ้นรถมาด้วยความลำบากยากเย็น 

ไงมองหาใครหรอยูยะ จินอดจะทักยูยะที่เอาแต่หันซ้ายหันขวาทำท่าเหมือนคนกำลังมองหาใครอย่างนั้นขณะถูกจับแต่งหน้าแต่งตัวให้พร้อมทำงาน เค้าไม่อยากฟันธงหรอกนะว่ายูยะกำลังมองหาใคร เดี๋ยวมันจะแม่นเกินไปหนะ 

ผะ...ผมไม่ได้มองหาใครซักหน่อย พี่จินพูดอะไรไม่เห็นรู้เรื่องเลย ผมกำลังอ่านหนังสืออยู่ไม่เห็นหรอ คนเตรียมตัวเป็นนายแบบระล่ำระลักแก้ตัวพัลวัน จินเลิกคิ้วสูง 

งั้นหรอ โทษที เผอิญว่าพี่เห็นนายอ่านหน้านั้นมาครึ่งชั่วโมงนี่นา วางระเบิดเสร็จก็เดินหนีไปหาคาเมะซะอย่างนั้น ยูยะที่ถูกรู้ทันก็ได้ชักสีหน้าโกรธกระฟัดกระเฟียดในใจเท่านั้น เค้าไม่ได้โกรธพี่จินหรอกนะ แต่โกรธไอ้คนที่ทำให้เค้าเป็นอย่างนี้ต่างหาก งานของตัวเองแท้ๆ ไม่คิดจะมาดูซักหน่อยหรือยังไง เหอะ! ทำตัวน่าหมั่นไส้ชะมัดอีตารองประธานงี่เง่า คิดว่าอยากเห็นหน้านักหรอ !?             

ถ้าไม่อยากเห็นหน้าจริงๆ แล้วจะโกรธไปทำไมกันยูยะ??   

ไม่นานนักงานก็ได้เริ่มขึ้นพร้อมกับนายแบบที่ดูจะหน้าบูดหน้าบึ้ง ไม่สมกับโฆษณาที่มีคอนเซ็ปร่าเริง สดใสแม้แต่น้อยและงานโฆษณาที่ทำไม่ยากนักก็ควรจะเสร็จเร็ว ถ้าไม่ใช่เพราะแบบนี้...... 

เทโงชิคุงครับ อย่าทำหน้าบูดสิครับ ยิ้มกว้างๆหน่อย 

เอาอีกแล้ว ยิ้มครับยิ้ม เริ่มใหม่นะ 

เลิกเหม่อได้แล้วครับ ตั้งใจหน่อยสิเทโงชิคุง   

หลายรอบแล้วนะครับ!! เอาใหม่อีกรอบนะ  

ยังมีอีกหลายประโยคที่ผู้กำกับโฆษณาเกือบต้องระเบิดอารมณ์ออกมา เพราะนายแบบตัวเล็กไม่ตั้งใจทำงานดีๆเสียที แต่ในที่สุดงานก็เสร็จสิ้นลงอย่างทุลักทุเลด้วยเพราะความพยายามของทุกๆคนในกอง ถึงอาจจะไม่นับรวมยูยะด้วยก็เถอะ!  เวลาที่คาดการณ์ไว้จึงล่วงเลยจนตะวันลับขอบฟ้าไปหลายชั่วโมง 

……………………….…………………….. 

เฮ้อ! เหนื่อยชะมัด!” ร่างบางล้มตัวลงนอนกับที่นอนนุ่มๆที่ตั้งอยู่ติดกำแพงห้อง อย่างหมดแรงอย่าหวังเลยว่าจะมีงานแบบนี้ครั้งต่อไป  เค้าเข็ดแล้วละ!! ไม่เห็นจะน่าสนุกตรงไหนเลยที่ต้องอยู่หน้ากล้องหลายชั่วโมงอย่างนั้น และที่แย่กว่านั้นคงไม่พ้น            

ตาบ้า! สุดท้ายก็ไม่ยอมมา ไม่อยากเห็นนักใช่มั้ย ดีจะไปตายที่ไหนก็ไป ชาตินี้ขออย่าได้เจอกันอีกเลยเถอะ!!” สิ้นประโยคตัดพ้อ น้ำตาใสๆก็เป็นอันต้องไหลจากดวงตากลมคู่สวยช้าๆ ก่อนที่ยูยะจะซุกซบใบหน้าลงกับหมอนใบใหญ่กลั้นเสียงสะอื้นไม่ให้เล็ดลอดออกมา กายเล็กสั่นไหวราวกับคนใกล้จะขาดใจ            

บ้าที่สุด! ทำไมถึงรักคนอย่างนายได้นะ ยามาชิตะ โทโมฮิสะ!            

เสียงกรีดร้องดังกึกก้องในใจจนอดรู้สึกปวดร้าวไปทั้งอกไม่ได้และเป็นที่น่าสงสารสำหรับคนที่ถูกว่าด่าทอเหลือเกิน ที่แม้แต่เจ้าตัวเองก็ดูเหมือนจะลืมคำพูดที่เคยประกาศิตไว้ไม่นานมานี้            

ความรักของผมจะมีค่าสำหรับคนที่เห็นค่าของมัน...ไม่ใช่สำหรับคนที่เห็นความรักเป็นเรื่องล้อเล่น...ถ้าคุณเห็นค่ามันเมื่อไหร่ ผมก็หวังว่าเราคงได้พบกัน...อีกครั้ง...               

และก็ดูจะไม่ยุติธรรมเลยสำหรับคนที่กำลังพยายามพิสูจน์ตัวเองเพื่อให้ใครบางคนเห็นว่าเค้ามองเห็นคุณค่าในความรักที่มีให้อย่างสุดซึ้ง                         

ท่านรองคะ นี่ใกล้จะสี่ทุ่มแล้วนะคะทำไมยังไม่ยอมกลับอีกละคะ?” เลขาสาวอดเป็นห่วงเจ้านายที่จู่ๆก็กลายมาเป็นคนบ้างานเป็นบ้าเป็นหลังเพียงแค่ข้ามวัน  ทั้งที่งานก็ไม่น่าจะมีอะไรให้เป็นห่วง ตั้งแต่ริกะผู้ช่วยของเธอกลับมาจากลาคลอดก็สบายขึ้นเยอะ ถึงจะน่าเสียดายไปหน่อยที่ยูยะคุงลาพักงานไปไม่มีกำหนด  แต่มันไม่เห็นจะเกี่ยวซักหน่อยที่ท่านรองจะต้องมาโหมงานหนักไม่ยอมพักผ่อนอย่างนี้             

มินะยังไม่กลับอีกหรอ รีบกลับเถอะ ผมว่าจะเคลียร์งานที่เหลืออีกนิดหน่อย ชายหนุ่มไม่ได้ละลายตาจากแล็ปท็อปเลย ขณะที่ตอบคำถามของเลขาส่วนตัว             

ถ้าอย่างนั้นมินะขอตัวกลับก่อนนะคะ ท่านรองเองก็อย่าโหมทำงานมากเกินไปนะคะ มินะยืนมองอย่างชั่งใจซักพัก แต่ยามะพีก็ไม่ท่าทีว่าจะหยุดงานที่เขากำลังทำเลยแม้ซักนาที หล่อนจึงได้แต่ขอตัวเดินออกจากห้องไปอย่างเสียมิได้  หลังจากที่ทั้งบริษัทคงจะมีเพียงยามะพีและยามเฝ้าที่ยังอยู่ทำงานบนตึก  ไม่นานชายหนุ่มจึงได้ละลายสายตาจากจอแล็ปท็อป ก่อนจะบิดคอคลายความเมื่อยล้า นาฬิกาตั้งโต๊ะกำลังบอกว่าตอนนี้เวลาสี่ทุ่มกับอีกสิบนาทีกว่าๆ  นี่เขาทำงานแบบน็อนสต็อปมากี่ชั่วโมงแล้วเนี่ย แต่พอจะเบนสายตาจากนาฬิกา ตาโตก็กลับต้องไปสะดุดสายตากับกรอปรูปไม่ใหญ่ไม่เล็กที่ตั้งไว้ใกล้ๆ             

 เทโงชิ ยูยะ เด็กผู้ชายแก้มป่องในรูปกำลังส่งยิ้มที่แม้จะดูเหมือนกำลังฝืนยิ้มเต็มที่  รูปนี้ยามะพีเพิ่งจะได้เมื่อเย็นหลังจากที่เค้าไปบังคับให้จินล้างรูปยูยะที่กำลังถ่ายโฆษณามาให้ทันทีที่ถ่ายเสร็จ ถึงจินจะบ่นมากไปหน่อยเถอะที่เค้าไปเร่ง             

ถ้าฉันพิสูจน์ให้นายเห็นเมื่อไหร่ ห้ามฝืนยิ้มแบบนี้นะรู้มั้ย?” ยามะพีพูดสั่งกับรูป พลางนึกถึงคนในรูปที่ไม่รู้ว่าตอนนี้กำลังคิดถึงเค้าอย่างที่เค้าคิดถึงบ้างหรือเปล่า  อยากจะไปหาแทบจะขาดใจแต่คำพูดที่เจ้าตัวเล็กในรูปนี่ให้ไว้ก็เหมือนยันต์ห้ามไม่ให้ทำอย่างที่ต้องการ  ถ้าหากยามะพีมีหน้าไปให้ยูยะเห็นตอนนี้ เจ้าตัวคงไม่แคล้วคิดว่าเค้าเป็นพวกเพลย์บอยใจเร็ว ปากเปราะแน่ๆ             

 คอยดูเถอะ ถ้าถึงวันนั้นเมื่อไหร่จะจับจูบให้ปากช้ำเลยเด็กดื้อ!”                

 “Trrrrrr Trrrrrr Trrrrrrr” 

ใครโทรมาเอาป่านนี้ว่ะ ยามะพีบ่นเบาๆ ก่อนจะคว้าโทรศัพท์รุ่นใหม่ฟังก์ชันเพียบขึ้นมาดูเบอร์ ซึกิจังชายหนุ่มขมวดคิ้วเรียวเซ็งๆ ชื่อแบบนี้คงไม่พ้นผู้หญิงที่เขาเคยจีบไว้นานแล้วแน่ๆ ไม่เสียเวลาคิดให้มากก็กดตัดสายทิ้งไม่แคร์คนที่ตั้งใจโทรมาหาเลยแม้แต่น้อย ซ้ำร้ายกว่านี้นิ้วเรียวยังกดเลื่อนหาเบอร์ที่โทรมาแล้วลบทิ้งออกจากสมุดรายชื่อแทบจะในทันที ไม่ใช่แค่ชื่อเดียวแต่เป็นอีกหลายสิบชื่อที่ยามะพีเคยบันทึกไว้แต่ไม่คิดจะโทรกลับ            

..........ไม่เห็นจะต้องแคร์คนอื่น ในเมื่อตอนนี้…………

เค้ามีคนสำคัญมากกว่าที่ต้องแคร์อยู่แล้วนี่ 

แล้วยามะพีก็ตัดสินใจแล้วว่าจะเลิกนิสัยไม่ดีของตัวเองให้หมด ลืมไอ้คนเจ้าชู้เพลย์บอย การงานไม่สนใจ ใช้ชีวิตแบบไร้ค่าไปวันๆ แบบนั้น แล้วมาจำยามาชิตะ โทโมฮิสะในมาดใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นวันนี้ดีกว่า  แต่สุดท้ายแล้วยามะพีก็อดจะหมั่นไส้คนที่ทำให้เค้ามีความคิดที่จะเปลี่ยนตัวเองไม่ได้  

ทั้งหมดมันก็เพราะนายคนเดียว...เทโงชิ ยูยะ.... ...            

ร่างเล็กในชุดนักศึกษาสีขาวก้าวเนือยๆ ออกจากมหาวิทยาลัยช้าๆ เกือบหนึ่งเดือนแล้วที่ยูยะหยุดฝึกงานแล้วกลับมาเรียน แม้อาจารย์จะบอกว่าให้กลับไปฝึกงานอย่างเก่าก็เถอะ แต่เค้าก็ตัดสินใจแล้วว่าจะเรียนให้จบเทอมแล้วค่อยหางานฝึกใหม่เทอมหน้าแทน ถึงจะต้องแลกด้วยการไปศึกษาเนื้อหาที่เขาไม่ทันเรียนระหว่างไปฝึกงานแล้วทำรายงานสรุปเนื้อหาอีกหลายเรื่องก็ตาม  เป็นแบบนี้ยังดีกว่าที่เค้าจะต้องกลับไปเจอหน้ากับคนที่ไม่เคยจะเห็นค่าในความรักของเขาเลย              และที่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือเค้าที่ยังรักยามะพีอยู่ข้างเดียวแบบนี้ไม่เลิกซักที            

คงเป็นสิ่งเดียวที่ยังคอยทำร้ายจิตใจยูยะได้ไม่หยุดหย่อน  กี่ครั้งที่พยายามห้ามตัวเองให้หยุดรักคนที่ไม่รักตัวเอง และคำตอบจากหัวใจกี่ครั้งก็มีเพียงคำตอบเดียวที่เค้าปฏิเสธแต่กลับมีคำถามหนึ่งที่ตอบตัวเองไม่ได้              

 ...เมื่อไหร่กันยูยะ...??? ที่นายจะเลิกทำร้ายตัวเองด้วยการเลิกรักหมอนั่นเสียที              

บริษัทยามะเทรดดิ้งคว้ารางวัลบริษัทคุณภาพหลังเพิ่งทำเป้าหมายคว้าส่วนแบ่งการตลาด 40%ภายใต้การบริหารของนักธุรกิจหนุ่มหน้าใหม่ไฟแรงอย่าง ยามาชิตะ โทโมฮิสะ ที่คาดว่าจะก้าวมาเป็นประธานบริษัทคนใหม่แทนตำแหน่งของบิดาในไม่ช้านี้               

เท่าที่ยูยะจำได้เค้าไม่เคยคิดจะสนใจดูข่าวซักเท่าไหร่ ยิ่งสำหรับข่าวเศรษฐกิจยิ่งหลุดออกจากวงโคจรความคิดของยูยะไปได้เลย แต่คนในข่าวที่เค้ากำลังยืนมองผ่านกระจกของร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้ากลับสะกดให้ร่างกายก้าวขาไม่ออก             

มาถึงขนาดนี้ยามาชิตะซังคงถูกจับตามองน่าดูเลยนะคะ ไม่ทราบว่ามีอะไรที่อยากบอกมั้ยคะ นักข่าวสาวยื่นไมค์สัมภาษณ์คนดัง  ชายหนุ่มหันหน้ามองกล้องจริงจัง ก่อนจะตอบคำถามที่เค้าอยากจะบอกที่สุดในตอนนี้            

ก็ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมก็แค่อยากจะบอกว่าตอนนี้ผมพิสูจน์ให้เค้าเห็นแล้วนะ แล้วเราคงได้เจอกันแน่  ยามะพีขยิบตาเท่ห์ๆใส่กล้องหนึ่งที คำตอบที่ดูจะกำกวมนั่นคงไม่พ้นว่าชายหนุ่มกำลังพยายามสื่อความหมายพิเศษกับใครบางคนหรือกำลังส่งสารท้ารบกับคนที่ท้าทายกันแน่ แต่สุดท้ายแล้วคนที่รู้ความหมายในคำพูดนั้นดีที่สุดคงไม่พ้นคนตัวเล็กที่ยืนจ้องโทรทัศน์เหมือนพยายามจะเข้าไปให้ได้            

แล้วเราคงได้เจอกันอย่างนั้นหรอ            

ไม่หรอกน่า....คนอย่างยามะพีนะหรอจะมาใส่ใจในคำพูดของเขา            

มาอำอะไรกันตอนนี้ มันไม่ตลกซักนิดเลยนะ!!  

คุณกำลังพูดอะไรอยู่ รู้หรือเปล่า?”    

.           

.           

.  

นะ ยูยะนะไปเป็นเพื่อนฉันหน่อยน๊า~”  

ก็ผมมีทำรายงานนี่นาคาเมะ ไปด้วยไม่ได้จริงๆ  ยูยะปฏิเสธคำชวนของเพื่อนอย่างคาเมะอย่างเหนื่อยหน่ายเป็นรอบที่ 8 แล้วเท่าที่เค้าจำได้ แต่คาเมะพอเห็นว่าเค้าไม่ไปก็ไม่ยอมท่าเดียวแล้วยังมีหน้าลงไปดิ้นไปดิ้นมาบนที่นอนยูยะจนยับยู่ยี่หมดแล้วเนี่ย!!  หมดกันภาพพจน์ดีๆคาเมนาชิ            

ไม่รู้ละ พี่จินเค้าให้ชวนนายไปด้วย ยังไงนายก็ต้องไปนะยูยะ ไม่งั้นนายเสียใจแน่ถ้านายเชื่อฉัน โธ่!!  ชีวิตเค้าตอนนี้ยังมีอะไรที่น่าเสียใจยิ่งกว่านี้อีกหรือไงกันนะ            

คาเมะ!! ทำอะไรหนะ ผมไม่ไปหรอกนะ!!!” ยูยะโวยลั่นเมื่อคาเมะที่เอาแต่นอนดิ้นเกลือกกลิ้งบนที่นอน จู่ๆก็ลุกพรวดขึ้นมาแล้วจับเสื้อเค้าถอดออกโดยไม่สนใจเรียกร้องทักท้วงของยูยะแม้แต่คำเดียว            

เหวออ~หยุดนะคาเมะ!!”            

ถ้าไม่อยากให้ฉันช่วยแต่วตัวก็รีบไปอาบน้ำแต่งตัวซะ จะได้รีบไปกัน มันสายมากแล้วนะ! แหนะ ยังมายืนทำปากเหวออยู่ได้ รีบไปอาบน้ำสิ!!” คาเมะไม่ว่าเปล่า ยังดันร่างยูยะเข้าไปในห้องน้ำพร้อมกับช่วยปิดประตูให้เสร็จสรรพ  เชื่อฟังกันง่ายๆอย่างนี้ซี่ ยามะพีนะ ฉันจะคิดค่าจ้างนายให้คุ้มแน่ๆคอยดูเถอะ!               

 พรวดดด!!”            

ไอ้ทุเรศเอ๊ย! พ่นมาได้ไม่ใช่เด็กๆนะเว้ย จินร้องด่าแทบจะในทันที่ที่ยามะพีที่เพิ่งหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาดื่มไม่ทันไรก็พ่นไวน์รสเลิศใส่เสื้อสูทตัวเก่งจนเลอะแบบนี้                  

แค่กๆ โทษทีๆ อยู่ดีๆมันก็สำลักขึ้นมาได้ เป็นอะไรเนี่ย ยามะพีละล่ำละลักขอโทษจินเป็นการใหญ่ก่อนที่เพื่อนมารยาทดีอย่างจินจะโวยวายเสียงดังลั่นกลางงานเลี้ยงฉลองของบริษัทเค้าที่ได้รับส่วนแบ่งการตลาดเพิ่ม จากโฆษณาตัวใหม่ที่ดูจะสร้างกระแสให้ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่จนดังเปรี้ยงปร้างเพียงแค่ออกโฆษณาไปไม่กี่ครั้งเท่านั้น  ทั้งงานจึงมีเหล่าสื่อมวลชนมากมายขืนปล่อยให้จินด่าเค้าปาวๆต่อไปแบบนี้ไม่ดีแน่  

เดี๋ยวฉันให้คนเอาเสื้อมาให้เปลี่ยนแล้วกัน- -นี่มินะพาคุณจินไปเปลี่ยนสูททีสิ ยามะพีหันมาสั่งเลขาส่วนตัวที่ยืนห่างออกไปไม่เท่าไหร่ หญิงสาวพยักหน้ารับรู้ก่อนจะรีบพาจินที่อยู่อารมณ์หงุดหงิดไม่น้อยไปเปลี่ยนสูททันที  

ระหว่างที่จินไปเปลี่ยนสูทนั้นเอง ยามะพีจึงได้เดินออกไปทักทายแขกเหรื่อจากบริษัทคู่ค้าและผู้ให้การสนับสนุนอีกหลากหลายบริษัท แต่ท่ามกลางบรรยากาศที่มีผู้คนมากหน้าหลายตาเดินพลุกพล่านยามะพีกลับร้อนใจอย่างเป็นที่สุด  

เมื่อไหร่คาเมะจะมาซักทีนะ รองประธานหนุ่มไฟแรงอย่างยามะพีพยายามสอดส่องจนทั่วงานก็ยังไม่เห็นมีวี่แววของคนรักสุดหวงของจินซักที  ไม่รู้ว่างานนี้คาเมะจะทำให้ยูยะยอมมาได้หรือเปล่า?? ถ้าไม่มาจริงๆเค้าคงเสียใจไปชั่วชีวิตแน่ๆ                 

เด็กหนุ่มตัวเล็กหน้าตาน่ารักในชุดสูทสีดำพร้อมเน็คไทค์ลายสวยซึ่งเจ้าตัวไม่เคยใส่มาก่อนกำลังถูกเพื่อนหน้าสวยตัวเล็กไม่แพ้กันลากแขนให้เดินเข้ามาให้งานเลี้ยงฉลองของบรษัทใดบริษัทหนึ่งที่โรงแรมระดับห้าดาวอันดับต้นๆของญี่ปุ่น แต่เด็กหนุ่มที่ถูกลากเอาแต่ทำหน้าเบื่อหน่ายอย่างสุดๆเลยไม่ทันเห็นป้ายไม่เล็กไม่ใหญ่ที่ติดไว้ตรงหน้าโรงแรม  งานเลี้ยงบริษัทยามะเทรดดิ้ง            

เลิกทำหน้าเบื่อโลกซักทียูยะ คาเมะที่ยืนกอดอกพิงผนังลิฟต์เอ่ยสั่งเพื่อนที่ทำหน้าเบื่อโลกอย่างที่เค้าพูดจริงๆ               

เลิกพูดได้แล้วน่าคาเมะ นี่ยังบังคับผมไม่พออีกหรอ!” ยูยะบู้ปากงอนๆ เมินหน้าหนีไปมองตัวเลขที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนใกล้จะถึงชั้นบนสุด             

เอาน่า งานแบบนี้ยังไงซักวันนายก็มาอยู่ดี ทำงานมันก็ต้องมีเลี้ยงนู่นเลี้ยงนี่บ้างสิ จะเอาแต่หมกตัวอยู่กับบ้านได้ไง คาเมะพูดอธิบายระหว่างพายูยะเดินเข้างานที่จัดเลี้ยงอยู่บนชั้นถัดจากดาดฟ้าของโรมแรม              

อ้าว! สวัสดีครับทานากะซังไม่เจอกันนานนะครับ ถึงงานไม่กี่ก้าวคาเมะก็เจอคนรู้จักที่เคยทำงานร่วมกันซะแล้ว แถมยังทำท่าเหมือนกับว่าจะไม่หยุดสนทนากับคนรู้ตักที่เพิ่งเจอง่ายๆแน่ นี่ตกลงคาเมะลืมไปแล้วหรือไงว่าพายูยะที่ไม่รู้จักใครเลยซักคนในงานนี้มาด้วย            

 คาเมะนะคาเมะ บังคับให้มาแล้วยังมีหน้ามาทิ้งไปดื้อๆอย่างนี้อีก จำไว้เลย!” ยูยะเดินบ่นเป็นหมีกินผึ้ง งานก็ใช่ว่าจะเล็กๆ ใครก็ไม่รู้จักแล้วมันน่าสนุกตรงไหนถามหน่อยเถอะ  เหอะ ไม่มาแล้วจะเสียใจนะหรอ เสียใจที่มาต่างหากเล่า!!             

พลั่ก!!”            

โอ๊ย!”            

เอ่อ..ขอโทษครับ เป็นอะไรมากหรือเปล่าครับ เสียงทุ้มของบุคคลที่เดินมาชนยูยะจนล้มพับกองไปกับพื้นฟังดูคุ้นเคยเหลือเกินในความคิดจนยูยะต้องรีบเงยหน้าขึ้นตามเสียง            

ผมไม่เป็นไร...คะ..ครับ.......!!....”   

ยูยะ!! ”              

คุณ~” ยังไม่ทันที่ยูยะจะได้นึกอะไรแม้ซักเสี้ยงวินาทีข้อแขนเล็กก็ถูกฉุดรั้งจากคนที่ไม่ได้เห็นหน้ามานานแต่ก็ยังอยู่ในความคิดความรู้สึกของเค้ามาตลอดจนน่าเจ็บใจก่อนที่ทั้งร่างจะถูกพาออกจากงานแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย             

นี่จะพาผมไปไหน!ปล่อยนะ!”ถึงจะร้องต่อต้านแต่คนตัวโตกว่าก็ไม่คิดหยุดเดินตามเสียงทักท้วงแม้แต่น้อย ซ้ำยังเร่งฝีเท้าพายูยะขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้าของโรงแรมเสียด้วยซ้ำ            

ก็บอกว่าให้ปล่อยไง! ….อ๊ะ!” ร่างบอบบางถูกดันติดผนังแทบจะในทันที่ทั้งสองคนก้าวเข้ามาถึงพร้อมกับลำแขนแกร่งที่ยกขึ้นมากั้นกันทางหนีของยูยะไปหมดเสียทุกทาง            

“...ยูยะ... ยามะพีเอ่ยเสียงแผ่วเบาราวข้างใบหูเล็กกับต้องการให้คนตรงหน้าได้ยินคนเดียวแต่เพียงแค่นั้นก็เกินพอที่จะทำให้ประโยคเมื่อครู่ดังสะท้อนกึกก้องในใจของยูยะที่ตอนนี้กำลังเต้นระส่ำแข่งกับเสียงลมหายใจ            

อะ..อะไรของคะ...คุณ และมันก็ยากเหลือเกินสำหรับยูยะที่จะบังคับเสียงไม่ให้สั่นอย่างนี้ นึกโกรธตัวเองอยู่ในใจที่เอาคิดถึงคนตรงหน้าไม่เลิก ถ้าไม่อย่างนั้นเค้าคงจะผลักอกหนาๆของยามะพีออกตั้งแต่แรกไม่ปล่อยให้อีกคนทำตามอำเภอใจ ทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดระหว่างพวกเค้าทั้งสองคนยังไงยังงั้น             

.....ทำไมกันยูยะ ทำไมถึงไม่ปฏิเสธซักที......              

 ฉันคิดถึงนายยามะพีไม่ได้หมายความเพียงแค่คำพูดแต่เค้ายังบอกด้วยด้วยการคว้าเจ้าของร่างนุ่มนิ่มเข้ามากอดแน่น คิดถึงเหลือเกิน คิดถึงจนแทบไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรให้หายคิดถึง ยามะพีรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะเป็นบ้าซะให้ได้ที่เค้าอยากจะกอดคนในอ้อมแขนขณะนี้ไม่ปล่อย แต่สิ่งที่ทำให้ยามะพีแปลกใจกลับเป็นร่างเล็กที่สั่นระริกราวกับคนร้องไห้สะอึกสะอื้น            

ทำไม..ทำไม..ฮึก..คุณถึงทำกับผม...แบบนี้ คุณทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น...ทำไม ทำไม!!! ทั้งที่ผม....ฮึก...ผม....ยูยะผละออกจากกอดก่อนที่กำปั้นน้อยๆจะรัวใส่อกยามะพีเป็นชุด ยามะพีเห็นเค้าเป็นคนโง่ใช่มั้ย? ถึงทำกับเค้าอย่างนี้! สะใจนักใช่มั้ย ที่ทำร้ายเค้าได้            

เดี๋ยวๆ ทำไมพูดแบบนี้ล่ะ! ยูยะ ฟังฉันก่อนสิ!” ยามะพีพยายาจะห้ามคนที่เอาแต่ทุบตีเค้าทั้งน้ำตาโดยไม่ฟังเหตุผลอะไรเลยแบบนี้             

ยังจะมีหน้ามาถาม..ฮึก..ไปเลย ผมไม่อยากเห็นหน้าคุณ!! ไป!!” ยูยะดิ้นไปมาเมื่อถูกร่างสูงคว้าร่างเอาไว้เมื่อเค้าตั้งใจจะเดินหนีจากยามะพี  

ปล่อยผม!! ปล่อย!! ผมบอกให้...ปะ...ปล่อย..อุ๊บบ!” ในเมื่อไม่ยอมฟัง ยามะพีก็ไม่มีเหตุผลอะไรอีกที่จะไม่หยุดร่างเล็กด้วยริมฝีปากของตัวเองอย่างตอนนี้ที่เค้ากำลังครอบครองกลีบปากอิ่มด้วยสัมผัสอ่อนโยน ถึงสองมือของยูยะจะพยายามต่อต้านด้วยกำลังที่ถูกริดรอนให้เหลือเพียงน้อยนิดด้วยจูบลึกซึ้งและอ้อมกอดแนบแน่นจนรู้สึกน่าอึดอัดไปหมดทั้งกายและใจและเมื่อลมหายใจที่เริ่มจะขาดๆหายๆนั่นเองที่ยามะพีถึงยอมผละจากริมฝีปากอิ่ม            

ฉันรอวันนี้มาตลอด วันที่ฉันได้พบกับนายเพื่อจะบอกว่าวันนี้ฉันเห็นคุณค่าความรักของนายแล้ว...และ...ฉันรักนาย....ยูยะ.....ทุกอย่างที่เกิดขึ้นฉันตั้งใจทำเพื่อให้นายเห็นว่าคนอย่างฉันก็มีคุณค่ามากพอสำหรับนาย.....แล้วฉันก็หวังว่านายจะ….”             

คะ..คุณพูดจริงๆ...หรอ..คุณไม่ได้หลอกผมใช่มั้ย...คุณพูดจริงๆใช่มั้ย?” ถายเสียงสะอึกสะอื้น แม้ใบหน้าหวานจะเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตาที่ไหลไม่ยอมหยุด แต่ชายหนุ่มที่กอดร่างบอบบางไว้แน่นก็ยังนึกเอ็นดู มือเล็กที่สั่นน้อยๆกำเสื้อสูทสีดำแบรนด์หรูของเค้าจนยับยู่ยี้บอกว่าเจ้าตัวคงรู้สึกอะไรบางอย่างแต่ที่แน่ๆ ยูยะกำลังทำให้อีกคนยิ้มกว้างไม่เลิก               

ฉันไม่เคยโกหกนายอยู่แล้ว น้ำเสียงน่าฟังเหลือเกินในความคิดของยูยะ ยามะพีเอื้อมมือเช็ดน้ำใสที่ไหลเปรอะแก้มนิ่มอย่างเบามือ แต่ตากลมโตกลับมองมาเหมือนมีอะไรบางอย่างที่ยังข้องใจ            

แต่คุณกับผู้หญิงคนนั้น....            

ฉันกับอาคิเราจบกันแล้ว มันเป็นความสัมพันธ์แบบจอมปลอม แล้วฉันก็ไม่เคยคิดว่านายเป็นของเล่นหรืออะไรทั้งนั้น....ทุกอย่างที่เกิดฉันรู้แล้วว่าเพราะฉันรักนาย...เทโงชิ ยูยะ...นายใจร้ายมากรู้มั้ย พูดแบบนั้นกับฉันแล้วฉันจะมีหน้าไปพบกับนายได้ยังไง ทั้งๆที่ฉันคิดถึงนายจนทนไม่ไหว....แต่ฉัน..ก็ต้อง...            

ไม่ต้องพูดแล้ว....ผมก็เพิ่งรู้...ว่าการไม่ได้เห็นหน้าคุณ...มันทำให้ผมคิดถึงคุณจนแทบบ้าเหมือนกัน ในทุกอย่างที่อยากรู้ยามะพีบอกเค้าหมดแล้ว ยูยะก็ไม่คิดจะปิดบังความรู้สึกของตัวเองเหมือนกัน ลำแขนเล็กยกขึ้นโอบรอบคอแกร่งแล้วคลี่ยิ้มที่ยามะพีคิดว่าไม่ได้เห็นมานานเหลือเกิน ก่อนที่ตาโตจะค่อยๆหลับพริ้มลง พร้อมกับยามะพีที่โน้มศีรษะลงมาชิดกระทั่งใบหน้าทั้งสองคนห่างกันเพียงไม่กี่เซนเท่านั้น            

พูดแบบอย่างนี้...รางวัลแค่นี้ไม่พอหรอกมั้ง....เด็กดื้อ  แล้วเด็กดื้ออย่างยูยะก็ได้รับรางวัลดีๆเป็นจูบหวานๆ จากยามะพีอีกครั้งแถมยังลึกซึ้งกว่าเดิมอีกเสียด้วยสิ 

.....ทำไมยูยะถึงปฏิเสธยามะพีไม่ได้นะหรอ......              

…...ก็เพราะว่า  รัก’…นะสิ........                         

 อ๊ะ!...จะพาผมไปไหนครับ!”             

ก็จะทำให้นายหายคิดถึงฉันไปอีกนานนะสิ......            

.           

.            

พี่จินคิดว่ายามะพีกับยูยะจะเคลียร์กันรู้เรื่องมั้ยครับ?” คาเมะถามคนรักเสียงเครียด หลังจากที่เค้าคุยกับทานากะซังเพลินจนลืมยูยะ ก็ถึงได้เจอกับพี่จินแต่พอจะถามหายามะพีเพื่อนรักของพี่จิน คนรักของเค้าก็กลับบอกเพียงว่า             

ป่านนี้สองคนนั้นคงไปเคลียร์กันแล้วมั้ง            

เลิกเครียดกับเรื่องสองคนนั้นได้แล้วน่า....ก็บอกแล้วไงว่าไอ้พีมันมีวิธีของมัน จินตอบปัดๆ แถมยังคว้าร่างนุ่มนิ่มของคาเมะเข้ามากอดแน่นๆไม่สนใจคิ้วเรียวที่เริ่มขมวดขึ้นของคนรักตัวเองแม้แต่น้อย            

พี่จินก็พูดแต่อย่างนี้ วิธีการอะไรอยู่นั่นแหละ ผมยังไม่เห็นยามะพีทำอะไรซักอย่าง            

 วิธีของใครก็ของมันสิ....ถ้านายยังไม่เลิกพูดเรื่องนี้อีก...รับรองว่าฉันจะจัดการนายด้วยวิธีของฉันแน่คาซึยะ!!”            

 .            

.            

ไม่เอาน๊า~” ร้องห้ามด้วยน้ำเสียงน่าเอ็นดู ยูยะรู้สึกร้อนไปหมดไม่ว่าจะถูกสัมผัสตรงไหน นี่ยามะพีกำลังจะทำอะไรกับยูยะกันนะ!!  รู้อย่างนี้ไม่น่ายอมมาด้วยแต่แรกซะก็ดี เห็นว่าเป็นคนดีแล้วหรอกถึงยอมมาด้วยนะ! ......ทำให้หายคิดถึง......มันเป็นอย่างนี้เองนะหรอยามะพี!!!!             

ถ้านายยังเรียกฉันว่าคุณอีก รับรองฉันทำแบบนี้แน่ยูยะ!”            

 อ๊า~ ยอมแล้วๆ ผมเลิกเรียกแล้วก็ได้ อย่าทำแบบนี้น๊า ยามะพี นะฮะ~….” ยูยะเบี่ยงตัวหลบมือหนาพัลวัน แล้วเมื่อเค้ายอมเรียกชื่อคนตรงหน้าที่มีตำแหน่งเป็นคนรักไม่กี่ชั่วโมงนี้เท่านั้น ยามะพีถึงได้ยอมหยุดมือที่ตั้งท่าจะปลดกระดุมเสื้อของยูยะในไม่ช้า            

 แล้ว.....อีกอย่างละ.......”             

 กะ...ก็ได้...ผมรักยามะพี...รักที่สุดเลย ได้ยินมั้ยฮะ            

รอดตัวไป....ฉันก็รักนายเหมือนกัน”             

บู้! ยามะพีบ้า ไหนว่าจะเลิกนิสัยไม่ดีไงแล้วทำไมยังทำอย่างนี้อีกเล่า~” ยูยะโวยวาย ก็คนตรงหน้าบอกเองไม่ใช่หรือไงว่าจะเลิกนิสัยไม่ดี แล้วไอ้นิสัยมือไวๆ ลวนลามไม่เลิกสถานที่และเวลาแบบนี้ทำไมยังจะเลิกซักทีเล่า!            

 สำหรับคนอื่นหนะฉันเลิก.....แต่กับนายไม่แน่ๆ แล้วยามะพีก็ไม่ได้ยอมให้ยูยะโวยวายอีกรอบแน่  ถึงยูยะจะลุกขึ้นมาบีบคอเค้าบังคับให้เลิก ยังไงๆเค้าก็ไม่ยอมแน่....แล้วถ้ามีใครจะมาบังคับให้ยามะพีเลิกรักเจ้าเด็กตัวเล็กนี่ด้วยละก็......อย่าให้รู้นะว่าใคร...จะไปบึ้มบ้านเลยคอยดูสิ...!!!  แต่ยามะพีเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ายูยะไม่ยอมให้เค้าทำตามใจอย่างทุกครั้งหรอกนะ คิดจะแอ้มเทโงชิ ยูยะคนนี้ง่ายๆนะหรอ...... 

......ฝันไปเถอะ...ยามาชิตะ โทโมฮิสะ!......            

……แล้วคิดหรอว่าฉันจะยอมนายง่ายๆ....เทโงชิ ยูยะ!.....            

 .           

 .           

 .            

The end    

ปล.  แฮ่กๆๆๆ จบจนได้ซักที ฟิคเรื่องนี้ปีหนึ่งเต็มๆเลยทีเดียว 555+ ดองแล้วดองอีก แต่ก็ยังอุตส่าจบให้ - -"ตอนนี้กำลังพยายามเข็นตอนพิเศษเอาใจพระเอกอยู่ หุ หุ (( ไม่รู้ว่าเอาใจพระเอก หรือสนองนีดคนแต่งกันแน่ 55 ))ก็เอาใจช่วยกันหน่อยละกันนะคร๊าบบบ~  

ส่วนโปรเจ็คเรื่องหน้า กำลังปวดหัวกับพล็อตที่ยังไม่ลงตัวซักที จดๆจ้องๆ อดนอนมาหลายคืน ก็ยังไม่ได้ซักทีอาทิตย์หน้าก็จะเปิดเทอมแล้ว คงไม่ค่อยได้มาอัพบ่อย  เตรียมตัวเหนื่อยไว้ก่อนเลย ตารางเรียนพิเศษโหดสุดๆ -*-แต่ยังไงก็คงไม่เลิกแต่งฟิคง่ายๆแน่ >[]<  แต่อาจได้เจอกันน้อยลง   

รักคนอ่านทุกคนคร๊าบบบบ >______<    

edit @ 26 Oct 2007 22:56:14 by iMaGiNe_Zz