ShortFiction

 

 

 

SF : Tegorella

 

 

[ S h o r t   F I c ]

 

T I t l e :  เ ท พ นิ ย า ย ท่า จ ะ บ๊ อ ง โ ค ร ง ก า ร   2  ||  ต อ น   เ ท โ ก ะ เ ร ล ล่ า ||

T y p e : C o m e d y

P a r I n g  :  Y a m a   x  Y u y a

B y :  i M a G i N e _ Z z

 

 

            .....ณ เมืองแห่งหนึ่งที่มีพระราชาอันเป็นที่รักของประชาชนทุกคนในเมืองปกครอง ท่ามกลางความสุขสบายของใครหลายๆคน ยังมีเด็กชายคนหนึ่งยังต้องใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังใหญ่ที่เป็นของตัวเอง.....แต่กลับมีฐานะเยี่ยง....คนใช้คนหนึ่ง.....

 

เ ท โ ก ะ เ ร ล ล่ า  

 

ช่างเป็นที่น่าสงสารเหลือเกินสำหรับเทโกะเรลล่าที่ถูกกดขี่จากแม่เลี้ยงใจร้ายและพี่(แอบ)สาวอีกสองคนหลังจากที่บิดาได้จากโลกนี้ไปได้เพียงวันเดียว ทรัพย์สมบัติทั้งหลายทั้งมวลที่สมควรจะเป็นเจ้าของ แม่เลี้ยงและพี่(แอบ)สาวทั้งสองก็ถือวิสาสะเป็นเจ้าของทั้งหมด โดยที่เทโกะเรลล่าไม่สามารถทำอะไรได้เลย

 

ได้แต่...ยอมรับในชะตากรรมอย่างเงียบๆ...

 

...หวังแต่ว่า...

 

ซักวันจะมีเจ้าชายขี่ม้าขาวมาช่วย อย่างในนิยาย

 

.

.

.

 

 

เทโก๊~ แกอยู่ไหนย๊า~  เทโกะเรลล่า ฉันเรียกแกอยู่ได้ยินมั้ย!!!” เสียงแหลมแปลกๆบาดไปถึงตับไต ไส้พุง ลามไปถึงม้าม ไส้ติ้ง ยันเซี่ยงจี้ก่อนจะทะลุทะลวงผ่านลำไส้ใหญ่ ไส้ตรง และผ่านออกมาสู่โลก ( พร้อมกลิ่นแปลกๆ ) ที่มักจะดังขึ้นในช่วงไม่ตรงเวลาหรือสายๆของทุกๆวันอย่างนี้เป็นประจำ   

 

เด็กหนุ่มผมทองประกายแดดอ่อนๆในชุดเมดสีขาวเก่าๆ ถึงจะดูมอมแมมแต่ก็ยังนับว่าน่ามองนักที่กำลังปัดกวาดเช็ดถูพื้นบ้านหลังใหญ่อย่างขะมักเขม้นกระวีกระวาดลุกขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงประหลาดๆนั่นก่อนจะรีบวิ่งขึ้นไปยังชั้นสองของบ้าน

 

นี่! ฉันเรียกแกตั้งนาน ทำไมเพิ่งมาเอาป่านนี้ ต้องเรียกให้ปากฉีกถึงรูหูก่อนรึไงถึงจะมานะหา!” พี่สาว(?)ร่างหนาในชุดกระโปรงผ้าลูกไม้ทั้งตัว สายเดี๋ยวลูกไม้บางๆนั้นเผยโชว์ให้เห็นถึงท่อนแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามใหญ่ๆอย่างน่าดู(ตรงไหนว่ะ!) ตวาดเสียงดังลั่นจนเด็กหนุ่มที่เพิ่งวิ่งขึ้นมาถึงเพียงแค่หน้าประตูห้องผงะถอยหลังอย่างหวาดกลัว

 

ผมขอโทษฮะ...พี่จิน’…” 

 

เชอะ ไม่ต้องไม่ทำเป็นพูดหรอกย่ะ เอานี่ไป เสื้อผ้าฉัน เอาไปซักซะ!” จินโยนตะกร้าเสื้อผ้าใบใหญ่ให้น้องชายต่างแม่ ก่อนจะทำสะบัดมือทำท่ายี๊ๆ ขยะแขยงเสื้อผ้าเน่าๆของตัวเอง

 

ยี๊ ! เหม็นชะมัด( แล้วมันเสื้อผ้าใครย่ะ! )

 

เดี๋ยวผมจะรีบไปซักให้ฮะเด็กหนุ่มรับคำง่ายๆ ก่อนจะค่อยๆแบกตะกร้าขึ้นมา

 

ดะ...ดะ...เดี๋ยวววววว~!!!” เสียงแปร่งๆที่ตะโกนออกมาจากห้องนอนอีกฝั่ง ทำให้เด็ดหนุ่มชะงักฝีเท้าอย่างรวดเร็วถึงจะเสียหลักจนเกือบจะผลัดตกจากบันไดเพราะเจ้าตะกร้าใบใหญ่ ( ที่เต็มไปด้วยซากเสื้อผ้าเน่าๆ ) ที่แบกไว้จนแทบจะเหนือศีรษะของตนเอง

 

เอาของพี่ไปซักด้วยสิ เทโกเรลล่า!” พี่ชาย(แอบสาว)อีกคนนามว่า ยูอิจิหรือที่เจ้าตัวมักจะชอบให้ใครๆเรียกว่า ยูจัง( ทั้งๆที่ดูแล้วมันไม่เข้ากับสังขารพี่แกเลยก็เถอะ = =” ) ยื่นตะกร้าเสื้อผ้าใบโตไว้ตรงหน้าเทโกะอีกใบ ไม่ดูเลยว่าตอนนี้เด็กหนุ่มไม่สามารถขนเจ้าตะกร้าที่เต็มไปด้วยซากเสื้อผ้าเน่าๆ(ที่ไม่รู้ว่าถอดทิ้งไปนานเท่าไหร่แล้ว)เหล่านั้นได้อีก

 

เอ่อ..พี่ยูฮะ ผมไม่มีมือ..ถือแล้วนะฮะ

 

ตะ...ตะ...ต๊ายยยยย!!! ไม่มีมือถือก็แค่โทรศัพท์ไม่ได้ แล้วเกี๋ยวอะไรย่ะ ....หนอยย...เดี๋ยวนี้แกกล้าขัดคำสั่งพี่แล้วหรอย๊า~!” ยูอิจิเท้าสะเอว กรีดนิ้วชี้หน้าน้องชายอย่างเดือดดาลพ่นลมออกทางจมูกที่คิดว่าโตอยู่แล้ว ให้โตหนักเข้าไปอีกอย่างโมโห

 

ไม่ใช่นะฮะ..ผมไม่ได้..ยิ่งพยายามเถียงก็ดูเหมือนจะทำให้พี่ชาย(เอ๊ะ! หรือพี่สาว คนแต่งสับสน )โกรธมากขึ้นเท่านั้น พี่ยูที่ยืนเต้นเร่าๆสะบัดไปมาทั้งจมูกโตที่โตจวนจะระเบิดเหมือนพี่จินที่ตอนนี้กำลังพองตัวขำพี่ชายตัวเองอย่างสนุกสนาน 

 

ไม่ต้องมาเถียงนะ!!”

 

และทันใดนั้นเอง...!!

 

โย่ว!~ วอทซับแมน แอนด์ เกิร์ล แอนด์ นอทแมนฮูวอนทูบีอะเกิร์ล(?) วอทแฮพเพ่นอินเดอะมอร์นิ่ง!!”

 

แม่คิ!!!!!” ทั้งสามร้องออกมาพร้อมกัน O_o! ( ได้โปรดบอกด้วยว่ามันไม่จริง ! ใครมันจัดบทนี้ว่ะ!!)

 

เยส! ยูไรท์! เสียงเอะอะดังแต่เช้าอะไรกัน แม่กำลังมาร์กหน้าเพลินๆอยู่เลยเนี่ย!” แม่เลี้ยงโคคิหรือที่ทั้งสามคนเรียกสั้นๆว่า แม่คิ  เท้าเอวเซ็งๆ แผ่นมาร์กหน้าสีขาวที่โผล่ให้เห็นเพียงแค่ลูกตา จมูกและปากนั้นทำให้ดูดีกว่าเวลาปกติที่เห็นทั้งใบหน้าเหลี่ยมๆนั้นสุดๆ!

 

แม่คิคะ ดูนังเทโกเรลล่าสิ ยูจังใช้ให้มันซักผ้าให้ มันก็ไม่ยอม!”

 

ใช่เลยคะ คุณแม่ขา! พี่ยูพูดเรื่องจริงนะค๊า~” จินรีบพองตัวกลิ้งมาสมทบอีกแรง เพราะกลัวว่าจะไม่เด่นไม่มีบทพูดกะชาวบ้านเค้า

 

“Oh! มายกอดแดม! ทำไมแกถึงเป็นคนอย่างนี้นะเทโกเรลล่า!!” โคคิร้องอย่างโมโหโดยมีลูกทั้งสองคนคอยพยักหน้าเออออห่อหมกไข่เค็มด้วยใบหน้าปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออยู่ข้างๆ

 

ไม่ใช่อย่างนั้นนะฮะแม่คิ ผมไม่ได้จะไม่ซักเสื้อผ้าให้พี่ยูนะฮะ คือผม...

 

ชิท! ไม่ต้องมาเซดอะไรมากมาย รีบๆเอาเสื้อผ้าพวกนี้ไปซักให้หมดแล้วก็ขึ้นมาเอาเสื้อผ้าในห้องฉันไปซักด้วย...อ้อ! อย่าลืมนะ มื้อเช้าพวกเราสามคนอีกชั่วโมงจะลงไป...แล้วก็พื้นบ้าน หน้าต่าง กำแพง หลังคาอย่าลืมเช็ดทำความสะอาดด้วยละ  แล้วไอ้พวกหนังสือพิมพ์เก่าๆนั่นไม่ต้องเอาไปขายนะ ฉันกะว่าจะเอาใช้แทนกระดาษทิชชู่ตอนเข้าห้องน้ำ จินกับยูจังชอบบ่นว่ากระดาษทิชชู่มันบางเกินไปนะ..โคคิหัวเราะร่วนพร้อมกับจินและยูอิจิที่หัวเราะตามอย่างสะใจก่อนที่จะเดินเข้าห้องไปสบายอารมณ์

 

อ้อ! ลืมไปอีกอย่าง....  (อะไรว่ะ! มันยังไม่หมดอีกเร๊อะ! : เทโกะคิดในใจ (เพราะคิดนอกใจไม่ได้ มันบาป) )

 

อะไรอีกฮะแม่...เทโกะถามอย่างเหนื่อยหน่าย เพราะแค่ฟังรายการงานที่ทำเมื่อกี้ก็แทบจะนอนตายคาที่อยู่แล้ว ตกลงที่เขาเป็นคนรับใช้หรือทาสกันแน่ (ไม่ค่อยจะต่างกันเท่าไหร่เลย = =)

 

ตายละ! แม่เพิ่งนึกออกว่ามีนัดไปทำผมกับอุเอะจัง เลื่อนมื้อเช้าเร็วขึ้นอีกครึ่งชม แล้วก็ซักผ้าให้เสร็จก่อนมื้อเช้าด้วยละ ซียู บอย~ บ๊าย บาย~“

 

 

...พระเจ้า!!! ได้โปรดบอกผมว่ามันไม่จริง!!!

 (ที่ต้องมาเล่นฟิคกะไอ้พวกนี้!!)

 

.

.

.

 

 

โธ่! ให้มันได้อย่างนี้สิ! เหนื่อยชะมัด!!” เด็กหนุ่มในชุดเมทสีขาวที่กำลังพยายามซักผ้ากองโตบริเวณหลังบ้าน ที่เบื้องหลังสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของป่าที่ห่างออกไปไม่ไกลได้อย่างชัดเจนเพราะทั้งพ่อและแม่ของเค้าเป็นคนที่รักธรรมชาติและความเงียบสงบถึงได้เลือกที่จะสร้างบ้านแถวนี้ที่ห่างออกมาจากกลางเมือง เทโกะยังจำได้ชัดเจนว่าเมื่อครั้งที่ทั้งพ่อและแม่อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันตอนนั้น เค้ามีความสุขมากแค่ไหน

 

แต่โชคชะตาก็เล่นตลกจนทุกอย่างกลายมาเป็นอย่างปัจจุบันนี้

 

ยิ่งคิดก็ยิ่งนึกสงสารตัวเองว่าทำไมบทนายเอกมันถึงรันทดได้ขนาดนี้ รู้อย่างนี้ไม่น่ารับเล่นตั้งแต่แรกหรอก เฮ้อ~ แค้นคนแต่งชะมัด!! ( เย้ยยยย! ) ว่าแล้วมือเล็กก็หยิบเอาก้อนหินที่เห็นอยู่ใกล้ๆมือ ขว้างออกไปข้างนอกอย่างสุดแรง หวังว่ามันคงจะไปถึงคนแต่งที่บังอาจเอาเค้ามาทารุณกรรมแบบนี้ แต่มันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่หวังเสมอไป.........เคยได้ยินมั้ยว่า เหนือกว่าซวยย่อมมีซวยกว่าเหนือกว่าซวยกว่านั้นคือซวยสุดๆ 

 

            แล้วคนที่โชคร้ายคนนั้นเป็นใครกันเล่า??

 

            โป้กกกกกก!!!”

 

            โอ้ยยยยยย!!”

 

            ตุบบบบบ!!!!!!”

 

           

เฮ้ย! งานเข้าซะแล้ว O_O!!” เทโกะร้องอย่างตกใจเพราะบุคคลที่เรียกว่าซวยสุดๆนั้นดันบังเอิญขี่ม้าผ่านมาพอดีกับจังหวะที่ก้อนหินก้อนเล็กกว่ากำปั้นไม่เท่าไหร่ลอยแบบโปรเจ็คไตล์ด้วยความเร็วเริ่มต้นจากเค้าเองก่อนจะต้องสูญเสียโมเมนตัมและพลังงานจลน์ไปเพราะดันไปกระแทกกับศีรษะ มิหนำซ้ำร่างที่นั่งเด่นเป็นสง่าบนหลังม้านั้นเองยังกระเด็นตกด้วยความเร่งโน้มถ่วงจนเหลือพลังงานศักย์เป็นศูนย์ เพราะชายคนนั้นนอนแอ้งแม้งไม่เป็นท่าอยู่บนพื้น

 

โอ้โห! แม่นเหมือนกันแหะเรา รู้อย่างนี้สมัครไปขว้างจักรแข่งโอลิมปิกที่ปักกิ่งเดือนหน้านี้ซะก็ดี สงสัยนี่คงเป็นเพราะที่แอบไปเล่นดัมเบลเสริมกล้ามของพิ่จินแน่ๆเลยแหะ...เฮ้ย! นี่มันไม่ใช่เวลามาชื่นชมฝีมือตัวเองนะ ตายละ ผู้ชายคนนั้นจะรอดมั้ยเนี่ย      

 

ว่าแล้วเด็กหนุ่มก็ค่อยๆเดินไปใกล้ๆซากศพ เอ้ย! ชายผู้เคราะห์ร้ายคนนั้น แต่งตัวก็ดูดีเป็นพวกต่างเมืองหลงมาในป่าหรือเปล่าก็ไม่รู้  ถ้าตายขึ้นมาเค้าจะเอาศพนี่ไปทิ้งแม่น้ำในป่าดีมั้ยนะ แต่เอ..ไม่ดีหรอกมั้ง เดี๋ยวอีก 3 วันต่อมา เกิดขึ้นอืดขึ้นมาชาวบ้านมาเห็น เค้าก็ซวยนะสิ ...จะเอาฝังดิน...หรือไปให้พวกสัตว์กินเป็นอาหารดีนะ

(โอ้โห~ นี่หรือคือความคิดของนายเอก O_o!!) ระหว่างที่เทโกะเรลล่ากำลังใช้ความคิดว่าจะทำยังไงกับศพ ชายหนุ่มคนนั้นก็เริ่มขยับ..... 

 

อูยยย~ เจ็บชะมัดเสียงทุ้มครางเบาๆพลางยกมือขึ้นลูบศีรษะตัวเองป้อยๆ อุตส่าใช้ทางลัดจากวังผ่านป่านี่ดันมาซวยแบบนี้ซะได้ ถ้าใช้ถนนใหญ่กลางเมืองแต่แรกก็ดี

 

เฮ้ยยย! เพิ่งตายแท้ๆทำไมเป็นผีเร็วอย่างนี้ละ หวาาาาา~” เทโกะร้องพลางกระโดดถอยหลังไปตั้งหลัก

 

พุทโธ..ธัมโม...สังโฆ...เทโกะผิดไปแล้ว...ไปที่ชอบที่ชอบเถอะนะ แล้วจะกรวดน้ำไปให้นะ ท่าทีหวาดกลัวของเด็กหนุ่มแปลกหน้าอดที่จะทำให้อีกคนที่ยืนกุมขมับที่กำลังปวดตุบๆของตัวเองหัวเราะออกมาไม่ได้

ไม่ต้องเดาเลยว่าเด็กนี่แน่ๆนี่เป็นคนทำให้เค้าต้องมาเป็นแบบนี้  ทีแรกก็นึกว่าตัวเองตายไปแล้วถึงได้มาเห็นนางฟ้ายืนอยู่ข้างๆ ก็ยังสงสัยอยู่ว่าทำไมนางฟ้าถึงได้ทำหน้าเหมือนกำลังวางแผนซ่อนศพยังไงพิกล  ...ดูซิ..ทำร้ายร่างกายเค้าไม่พอยังมาแช่งว่าตายแล้วอีกต่างหาก ถ้าไม่เอาคืนก็เสียชื่อทหารรับใช้มือหนึ่ง....( เอิ่มเรียกองครักษ์มือหนึ่งคงจะดูดีกว่า )อย่างยามาชิตะ โทโมฮิสะกันพอดี  ถึงจะเสียเวลาแจ้งสาร์นของ เจ้าชายคาเมะช้าไปไม่ถึงชั่วยามคงไม่เป็นไรหรอก...หึ

 

            หึ หึ หึ หึ เจ้านี่เองสินะ...ที่ฆ่าข้า...ได้ผล...แค่ทำเสียงยานๆแค่นี้ก็ทำให้เด็กนั่นตัวสั่นยิ่งไปกว่าเดิม

ยามะแทบจะยกมือปิดปากกลั้นหัวเราะแทบไม่ทัน

           

            ฮืออออ กลัวแล้วๆ อย่ามาหลอกมาหลอนกันเลยนะเสียงหวานๆที่ร้องอ้อนวอนนั่นช่างไพเราะน่าฟังกว่าเสียงใดที่ยามะเคยได้ยินได้ฟังมาเสียอีก ใบหน้าที่เอาแต่ก้มงุดๆอยู่กับอกนั่นมองปราดเดียวก็จับตาคนมองได้นานไปเลยทีเดียว

 

            ข้า..ไม่หลอกเจ้าก็ด้ายยย...แต่เจ้า...ต้องยอมให้ข้า..หอมแก้มก่อนน...

 

            จะ..จริงหรอ...หอมแก้ม เอ๊ะ! อะไรนะ!! ” ผีบ้าผีบอที่ไหนจะอยากหอมแก้มคน ( นอกจากผีทะเลเท่านั้นแหละ หุ หุ ) ว่าแล้วเทโกะก็เงยหน้าขึ้นมาก่อนจะพบคนที่ตัวเองเข้าใจว่าเป็นผีมาหลอกตนกำลังยืนหัวเราะอย่างสะใจ

 

            ฮ่า ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ

 

            ท่านหลอกข้า!!” เด็กหนุ่มเอ่ยเสียงดังอย่างโมโห แค่หลอกว่าเป็นผีมันยังไม่เท่าไหร่ แต่ไอ้ที่ลงไปกลิ้งกับพื้นแล้วหัวเราะนี่มันน่าโมโหสุดๆ  มันน่าขำมากเลยนักรึไง!!  มันน่าเอาก้อนหินทุบให้ตายไปจริงๆเชียว ขำอยู่ได้..

 

            ฮ่าๆๆ ก็ดูเจ้าสิ เจ้าทำหน้าเหมือนลูกแมวตกน้ำซะขนาดนั้นยังมีหน้ามาว่าเค้าเป็นลูกแมวตกน้ำอีก เห็นหน้าอย่างนี้เถอะ แต่ก็แมนนะเฟร้ยยย~!!  

 

            บังอาจนัก! ท่านคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน ถึงได้กล้ามาว่าข้าอย่างนี้! ” ทำอย่างกับตัวเองไม่รู้ตัวละ ว่าหน้าตาเหมือนปลาทองขาดน้ำขนาดไหน ตอนที่ลงไปนอนแอ้งแม้งบนพื้นนั้นน่ะ เหอะ!

 

            ก็เจ้าชายของเมืองนี้ยังไงละ!!!” เอาน่าอำขำๆ เด็กนี่คงไม่รู้หรอก

 

            โธ่! ก็แค่เจ้าชายละว่ะ!” เด็กนั่นยิ้มเหยียดๆให้ผม แปลกแหะ.....แต่เดี๋ยวนะ ผมว่าผมเห็นใบหน้าหวานๆสีอมชมพูนั่นชักจะเริ่มซีดลงเรื่อยๆแล้วละ....

 

            หา!! อะไรนะ เจ้าชาย!!!!!” ชิท! มายกอร์ดแดม (ท่าจะติดมาจากแม่เลี้ยงคิแหง๋มๆ) นี่ผมกำลังยืนด่าเจ้าชายของเมืองนี้เชียวหรอเนี่ย!!!!??? O_O!!!! ใครก็ได้ขุดหลุมฝังผมลงตรงนี้ที หาเรื่องตายแท้ๆ

 

            อะแฮ่มม..ก็ใช่นะสิให้ตายเถอะ ตั้งแต่เกิดมาผมเพิ่งเคยเห็น คนโง่ได้น่ารักขนาดนี้แถมยืนอ้าปากหวอขนาดปลาทองยังกระโดดเข้าไปวางไข่ได้สบายๆเลยนะนั่น (แกคิดอะไรของแก ยามาชิตะพี!!) ถ้ามีน้ำลายไหลหยดออกมาทางมุมปากอวบอิ่มนั่นประกอบด้วยคงน่าดูไม่หยอกเชียวละ (ไอ้นี่มันโรคจิตชัดๆ!! สาบาน!)

 

            เออ...อะ..อะ..นะ..มา...ลา..ชา....ลา....กรีน....เต้วิ้งๆ~ นี่คือเสียงซาวด์ประกอบสติของเทโกะเรลล่าที่กำลังบินล่องลอยไปสู่สวรรค์ชั้นดาวสะดึง  .....กุตายแน่ๆแล้วแท้หนออ~ เทโกะเรลล่า ช่างน่าเศร้าจิต อนิจจัง เกิดมาชาตินี้ช่างสั้นนัก ข้าคงทำบาปมามากนักถึงได้มาตายเพราะปลาทองเยี่ยงนี้.....(นายเอกกุบ้าไปแล้ว = =”)

 

            นี่! เจ้าได้ยินที่ข้าพูดมั้ย?!!” เห็นยืนเอ๋อเรอไปเสียนาน เรียกซะหน่อยคงไม่เสียหายหรอกมั้ง อำนิดอำหน่อยทำเป็นอึ้งไปได้  หน้าเค้ามันดูเหมือนเจ้าชายจริงๆหรอเนี่ย (เออ! สิว่ะ) หว้า~ ….รู้อย่างนี้ให้ป๋าถวายตัวไปนานแล้ว (ได้ข่าวว่านั่นมันนางกำนัลเว้ย!)

 

            อ๋อ! นามาชะ กรีนลาเต้!” -*- กรรม ท่าจะไปแล้วจริงๆ ( ใครจ้างโฆษณาเนี่ย ?? )

 

            โอ้ย! อะไรของเจ้านี่ ลากรีนตงลากรีนเต้ อะไร ข้าไม่รู้จักทั้งนั้นแหละ ที่วังข้าก็เคยดื่มแค่สาโทเท่านั้นละ

เอิ่ม...อร่อยอย่าบอกใครเลยละ สินค้าจากหนึ่งอำเภอหนึ่งผลิตภัณท์เชียวนะเอ้า ไม่ได้โม้~!  

 

            แล้วนี่เจ้าชื่อเสียงเรียงนามว่าอย่างไร ข้าละอยากรู้นัก หา!~” เผื่อจะได้ขอไฮไฟว์ไว้แอดไปเป็นเพื่อน ตอนนี้ที่วังกำลังฮิตเลยเชียวละ ขนาดท่านอำมาตย์ยังมีเลย แถมมีเพื่อนมากกว่าข้าเสียอีก มันน่าแค้นใจนัก โธ่! ข้าก็แค่ไม่ได้เอารูปแบรทพิตเจ้าชายเมืองข้างๆมาเป็นรูปดิสเพลย์เท่านั้นเอง

 

            เทโกะเรลล่าที่ตอนนี้สติกลับมา(ซักที) ได้ยินเจ้าชายถามชื่อ ใบหน้าก็ยิ่งซีดเข้าไปใหญ่ นี่คงไม่ถึงขั้นประหารเก้าชั่วโคตรหรอกนะ  แต่ถ้าประหารแม่คิ กะ พี่จิน แล้วพี่ยูด้วยอีกคนก็คงดีไม่น้อยละ หึ หึ ...เย้ย!

นี่เค้ากำลังจะถูกประหารชีวิตนะ!!

 

            นี่!..ข้าถามว่าเจ้าชื่ออะไร หนุ่มน้อย?”

 

            สะ..สะ...สี่

 

            เฮ้ นี่เจ้าฟังไม่รู้เรื่องหรือไง

 

            สะ...สะ...สามมมมม

 

            นี่เจ้า!!!!!!!!”

 

            ขะ...ข้า...เปง...บ้า....แว้~”  ทำปากเบี้ยวประกอบท่าง่อยอีกนิดหน่อยก็คงดูเหมือนละ เด็กหนุ่มค่อยๆเนียนเดินไปแบบไม่รู้เรื่องช้าๆ หวังจะฟันแล้วทิ้ง เอ้ย! ด่าแล้วหนีไปดื้อๆ

 

            บะ..บะ...บ้า...บ้า...บ้าไปแล้ววว...-*- เจ้าเด็กนี่คิดว่าข้าโง่เหมือนตัวเองหรือไงกันนะ ถ้าใครเชื่อ...ไม่บ้า..ก็..โง่เท่านั้นละ ...องครักษ์หนุ่มยืนกอดอกมองคนที่เนียนบ้าแล้วชิ่งหนีไปเฉยๆ ก่อนจะเห็นว่าเด็กหนุ่มจะค่อยๆหยุดเดินแล้วหันมายิ้มแหยๆ ให้

 

            ไม่ทันแล้วหรอ....หว้า..แย่จัง...เทโกะทำท่าเคาะหัวตัวเองเบาๆ

 

            เพิ่งรู้ตัวหรออออออออ......     

 

            ตกลงเจ้ามีนามว่าอะไร หนุ่มน้อย หึเอาละคราวนี้จะได้ขออีเมลล์ไปแอดทั้งไฮว์ไฟว์ทั้งเอ็มเอสเอ็นซะที ถ้าแถมแคมฟร็อกด้วยก็ดีสินะ

 

            เออ..ข้า...บอกให้มาตัดหัวเล่นนะเร๊อะ ถ้าบอกไป ไม่บ้าก็โง่ละว่ะ

 

            ว่า.....???” 

 

            โอ้โห!!!~ นั่นมันเจ้าหญิงหุ่นซุปเปอร์เอ็กซ์เอ็กซ์ เมือง xX นี่นา!!!” เทโกะเรลล่าร้องขึ้น พลางทำท่าชี้มือชี้ไม้

 

 

หา!! O_o! ไหนๆ อยากเห็นตัวจริงมานานแล้ว ข้าละเคยเห็นแต่ในไฮว์ไฟว์..โอ้ยยย~…ไอ้เจ้าชายบ้ากาม...แล้วยัง โง่อีกเอ้ย!...คราวนี้ก็หนีละโว้ยยยย~!!! ว่าแล้วเด็กหนุ่มก็รีบวิ่งพรวดพราดกลับเข้าไปทางหลังบ้านอย่างรวดเร็วไวปานแสง    

 

นี่ไอ้หนู ไหนๆเจ้าหญิง...

 

เฟี้ยววววววววววววว~!!”  ( เร็วมากขนาดคนแต่งบรรยายไม่ทัน )

 

อ๊ะ! อ้าวเฮ้ย! กลับมาก๊อนนนน!!”

 

 

ปัดโธ่! เอ้ย เลยไม่ได้ขอไฮว์ไฟว์เลยเว้ย!! วุ้ย! เสียดาย!!!    

 

.

.

.

.

 

นี่! เทโกะแกไปไหนมา พวกเรารอมื้อเช้าตั้งนาน มัวไปทำอะไรอยู่หา!!” แทบจะในทันที่ที่ขาก้าวกลับเข้ามาถึงในบ้าน เสียงแหลมแปลกๆก็ดังขึ้นอย่างที่เทโกะเรลล่าเดาไว้ไม่มีผิด....( แต่แปลกแหะ....ทำไมซื้อหวยไม่เคยถูกซักที...วู้! )

 

ชิท! แม่สั่งให้แกทำอาหารตั้งนานแล้วไม่ใช่หรือ Are u can’t remember?, hey!” โคคิตะคอกเสียงดังทำท่าสแครชแผ่น ขณะที่ยูอิจิก็ทำเสียง จีวิ๊ด~ จิวิ๊ด~’ เป็นซาวด์ประกอบทั้งที่ตัวเองก็หิวจะแย่ หลักฐานคือ น้ำลายใสๆที่เริ่มไหลย้อยออกข้างมุมปากพร้อมกับสาดกระเซ็นไปทั่วตอนที่พี่ยูทำเสียงบีทบ็อกซ์  เทโกะก็ยังสงสัยว่าทำไมพี่จินถึงทนนั่งอยู่ข้างๆได้ยังไงกัน สงสัยคงจะหิวจนตาลายถึงได้คว้าเอากล่องทิชชู่ที่เค้าเพิ่งจะเปลี่ยนออกมาจากห้องน้ำมากินได้หน้าตาเฉย  ......รู้สึกขนลุกชอบกลแหะ.....

 

ดะ...เดี๋ยวผมไปทำมาเดี๋ยวนี้ละครับ...ว่าแล้วเทโกะเรลล่าก็รีบเข้าไปเตรียมอาหารในครัว ก่อนที่ทุกคนในบ้านจะจับเค้ามาฉีกเป็นชิ้นๆกินกัน

 

“That’s right !! ,boy! เร็วๆด้วย อัมฮังการี่!!!!~”  (ได้ข่าวว่า Hungry = หิว )

 

(“...จีวิ๊ด~ จีวิ๊ด~….”)

 

 

 

ติ๊งงงงงงงง~!! หน่องงงงงงงง~!!”

 

“who’s coming?จินลูกลุกขึ้นไปเปิดดูหน่อยซิ!!  มัวแต่กินทิชชู่อยู่ได้!!~” สิ้นคำสั่งของแม่จินถึงได้ลุกขึ้นสะบัดก้นเดินไปที่ประตูไปอย่างเซ็งๆ (ทั้งที่กำลังกินทิชชู่อร่อยๆ)

 

เอ่อ....สวัสดีครับ

 

---------ปิ๊งงงงงงงงงงงงงงงงง--------

 

“who’s coming ,boy? Hey! ยูได้ยินมั้ยจินโคคิร้องถามเมื่อเห็นว่าจินเอาแต่ยืนค้างอยู่นั่นแหละ

 

“…….หล่อ~……..” จินพึมพำ ก่อนจะยกมือขึ้นทำท่า ซารางเฮโย แล้วหมุนตัวไปรอบๆ ฮ๊าาาาา~ ”

 

“shit! ไอ้ลูกบ้า แกทำอะไรน่ะ!! อาคานิชิ!!” 

 

กรี้ดดดดด จิน แกบ้าไปแล้ว~ยูจังรับไม่ได้

 

 

(นี่ตูมาบ้านคน หรือ โรงพยาบาลบ้าหรือกันแน่ฟร่ะเนี่ย!? -*- : ยามาชิตะพี)  

 

เอ่อ....ขอโทษครับ คือ ผมเป็นคนจากวังหลวงมาแจ้งข่าวงานเลี้ยงฉลองขององค์ชายคาเมะทหารหนุ่ม

พยายามอธิบายถึงเหตุผลที่ตัวเองจำใจต้องระเห็จมาถึงนี่  ดูเหมือนว่าทั้งสามคนจะเริ่มตั้งสติได้แล้ว ถึงได้ทำตาวาวเมื่อได้ยินชื่อของ องค์ชายคาเมะ

 

            องค์ชายคาเมะที่เพิ่งกลับมาจากเรียนต่อนะหรอ ว๊ายยยย~ ยูจังอยากเห็นพระพักตร์พระองค์จังเลยยูอิจิร้องกรี้ดเสียงแหลม ทำเอายามะพียืนอ้าปากค้าง ( โอ้ว! ไม่จริง! นี่นะหรือคืออดีตคู่ฟิคคู่ขวัญของตู ไม่น่าหลงผิดไปนานเล๊ย = =” << เออ...คนแต่งก็เคยหลงผิด 555555+ )

 

            แล้วงานมันเริ่มเมื่อไหร่ละโย่ว~!”

 

            ใช่ๆ จินละตื่นเต้นไปหมดแล้วนะเนี่ยยย กรี้ดๆว่าแล้วก็ทำท่าซารางเฮโยก่อนะจะหมุนรอบตัวเองอีกครั้ง  ยามะพีได้แต่ยืนเช็ดเหงื่อ กุว่ามันบ้าชัวร์ - -“

 

            คืนนี้ครับ ยังไงก็เชิญทุกคนไปร่วมงาน ย้ำว่าให้ทุกคนไปร่วมงานนะครับ องค์ชายรับสั่งมา ผมขอตัวก่อนนะครับ

 

            บ๊าย บาย สุดหล่อออ ซารางเฮโย~” ส่งจุ๊บอีกหนึ่งทีให้ยามะพีขนลุกเล่น ( พระเจ้าขอบคุณที่ทำให้ลูกรอดมาได้ )

 

           

            อาหารเช้ามาครับ ทันที่ยามะพีก้าวออกจากบ้านไปเพียงก้าวเดียว เสียงหวานก็ดังออกมาจากครัวในทันที่ยังกับนิยายน้ำเน่าที่คนแต่งชอบแกล้งให้พระเอกนายเอกไม่ได้เจอกกันซักที ( แล้วจะบอกทำไมฟร่ะ?! )

 

            มาได้ซักที พวกเราหิวจนเลิกหิวแล้วนะเนี่ย ชักช้าจริงๆ!” โคคิหันมาต่อว่า

 

            ยูจังกับจินไม่กินแล้วละ รีบไปหาชุดไปงานเลี้ยงองค์ชายคาเมะดีกว่า ตื่นเต้นจังเลย~ เน้อออ จิน

 

            เออ...me,too! แกกินไปคนเดียวเถอะ เทโกะเรลล่า พวกเราจะหาชุดแต่งไปงานเลี้ยง ยังไงคืนนี้ก็ฝากเฝ้าบ้านด้วยแล้วกัน

 

            เห~ ผมไปด้วยไม่ได้หรอฮะเทโกะถามอย่างสงสัย ก่อนจะได้รับรอยยิ้มแหยะพร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะจากทั้งสามคนเป็นคำตอบ

 

            หน้าอย่างแก องค์ชายเค้าไม่มองหรอก เหอะ! อย่าสะเอะไปหน่อยเลยน่า~ จริงมั้ยลูก

 

            ช่ายยยยยย

 

            ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

 

            .

            .

            .

 

            และแล้วก็ใกล้เวลางานเลี้ยงเริ่ม ทั้งโคคิ จิน และยูอิจิต่างกระตืนรือร้นรีบเร่งไปงานกัน โดยไม่สนใจเทโกะเรลล่าที่ต้องเฝ้าบ้านอยู่คนเดียว

 

            ต๊ายยย จิน พี่ว่าแกน่าจะใส่จีสตริงตัวนั้นดีกว่านะเนี่ย ชุดนี้มันเรียบร้อยเกินไปยูอิจิที่อยู่ในชุดกระโปรงบานสีแดงออกความเห็นกับชุดสายเดี่ยวลายเสือของจิน

 

            ไม่เอาหรอก ตัวนั้นจินใส่จนมันยานหมดแล้ว

 

            “Stop! รีบไปกันดีกว่านะโย่ว เดี๋ยวองค์ชายจะรอนาน….เทโกะเฝ้าบ้านดีๆนะแกโคคิหันมาสั่งเด็กหนุ่มที่นั่งหน้าหงอยอีกครั้ง

 

            ฮะ

 

 

 

 

            ว่าแล้วทั้งสามคนก็ออกเดินทางไปยังงานเลี้ยงทันที เหลือเพียงความเงียบเหงาในบ้านกับเด็กหนุ่มตัวเล็กๆคนหนึ่งที่นั่งร้องไห้เสียดายที่ไม่ได้ไปงานกับคนอื่นเขาบ้าง

 

            ทำไมกันนะ..ทำไม ฮือออออ~ผมอยากไปบ้างไม่ได้หรือไง ฮือ ฮือ~”

 

             เจ้าอยากไปงานเลี้ยงจริงๆนะหรือหนุ่มน้อยเสียงของบุคคลปริศนาดังขึ้น ทำให้เทโกะรีบเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว 

 

            ...ทะ..ท่านเป็นใครกัน...

 

            นางฟ้าเรียวจังใจดี....ที่จะช่วยให้เจ้าสมปรารถนายังไงละเรียวยกไม้คฑาวาดไปรอบๆแล้วหมุนตัวโชว์ปีกขนนกสีขาวที่อยู่ด้านหลัง กระโปรงสีขาวพลิ้วไหวไปตามท่วงท่าการเคลื่อนไหว  เทโกะเรลล่าลงความเห็นในใจว่ามันจะเป็นภาพที่น่าดูมาก ถ้าเกิดมีใครเซ็นเซอร์ร่องรอยไม่พึงประสงค์บนใบหน้านั้นออกไปบ้าง ( ส๊าธุ๊! คอมอย่าดับนะลูก....) 

 

            ท่านเป็นนางฟ้าจริงๆหรือ ท่านจะช่วยข้าใช่มั้ย

 

            แน่นอนหนุ่มน้อย ทุกสิ่งที่เจ้าคิดจะเป็นจริงอย่างแน่นอนพูดจบก็ส่งยิ้มหวานให้อย่างอ่อนโยน เทโกะเรลล่ารู้สึกดีใจอย่างสุดซึ้ง ( แต่คนแต่งกลับขนลุกอย่างบอกไม่ถูก)

 

            หลับตาสิ คิดถึงสิ่งที่เจ้าปรารถนาเทโกะทำตามอย่างว่าง่าย และแล้ว.....ไม่กี่อึดใจ...

 

            ลืมตาได้แล้ว ทันที่เปลือกตาบางขยับเปิดขึ้น เทโกะเรลล่าก็พบว่าตัวเองกำลังอยู่ในชุดสูทขาวอย่างดี เมื่อมองไปเบื้องหน้า เห็นรถสามล้อ(??)หนึ่งคันจอดอยู่ พร้อมกับมีคนขับนั่งรออยู่แล้ว

 

            เห~ ทำไมมันเป็นรถสามล้อละนางฟ้าเรียวจัง ผมไม่ได้คิดอย่างนี้ซักหน่อยนางฟ้าเรียวจังได้แต่ยิ้มแหยๆ

 

            ก็งบมันหมดก่อนนี่นา สูทนี่ถูกเสียเมื่อไหร่ ช่างเถอะน่า เจ้ารีบไปงานดีกว่า งานเลี้ยงใกล้เริ่มแล้ว

 

            ฮะๆ

 

            แต่จำไว้นะ เจ้าต้องกลับมาก่อนเที่ยงคืนไม่งั้น...แม่กับพี่เจ้าจะกลับมา เอ้ย! ไม่ใช่ ทุกอย่างมันจะกลับเป็นเหมือนเดิม อย่าลืมละนางฟ้าเรียวจังกำชับก่อนจะส่งเด็กหนุ่มขึ้นสามล้อ

 

            ไม่ลืมแน่นอนฮะ ขอบคุณนะฮะ นางฟ้าเรียวจัง~”

 

            เปลี่ยนคำขอบคุณเป็นหอมแก้มได้มั้ย?” (โป๊ก! กล้ามากนะนิชิกิโด อย่ามานอกบท!)

 

            เอาเถอะๆ โคยาม่าขับรถไปได้แล้ว อย่าเร่งเกียร์มากละ ข้าจะกลับไปเปลี่ยนชุดแล้ว รับตัวเองไม่ได้เถอะให้ตาย!~” บ่นเซ็งๆ ก่อนจะหายตัวไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับรถสามล้อที่ค่อยๆเคลื่อนตัวตรงไปยังงานเลี้ยงทันที

 

            .

            .

            .

 

            ณ งานเลี้ยง

 

            แท่น แทน แทน แท๊นนนนน~ ……….องค์ชายคาเมะเสด็จ

 

            กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดองค์ชายคาเมะค่อยๆเดินออกมาพร้อมกับเสียงกรี้ดต้อนรับอย่างกับเทโกชิ วงนิวส์มาไทย(??)

 

            เอ่อ..สวัสดีทุกๆคน ขอบคุณที่ให้เกียรติมางานของข้า ขอให้ทุกคนสนุกกันอย่างเต็มที่องค์ชายยิ้มหวานตบท้าย ออร่าที่ส่องประกายนั้นเจิดจ้าเกินกกว่าที่คนรอบข้างจะทานไหว สาวๆในงานบางคนถึงกับล้มพับไปเลยทีเดียว

 

            งานเลี้ยงเริ่มต้นขึ้นแล้ว เสียงดนตรีฟังสบายค่อยๆบรรเลงขึ้นเป็นสัญญาณให้ทุกๆคนออกมาร่วมกันเต้นรำ แน่นอนว่า ไม่ว่าใครก็ต่างหวังว่าองค์ชายคาเมะจะเดินมาขอตัวเองไปเป็นคู่เต้นรำ

 

            ............และในเวลานั้นเองที่เทโกะเรลล่าได้เดินทางมาถึงงานเลี้ยง.............

 

            แฮ่กๆ ถึงซักทีเด็กหนุ่มยืนหอบที่ประตูทางเข้างาน เมื่อหายเหนื่อยแล้วถึงได้ผลักประตูเปิดเข้างาน

เสียงประตูบานใหญ่ที่ค่อยๆเปิดขึ้น เรียกความสนใจจากผู้คนในงานให้หันมามองกันเป็นตาเดียว และนั่นก็ทำให้เทโกะเรลล่ายืนแข็งทื่อที่หน้าประตูเพราะทำอะไรไม่ถูก

 

            กรี้ดดดดดดดด พี่ยู นั่นมันยัยเทโกะนี่!! ~” จินร้องกรี้ด

 

            มันมาได้ไงเนี่ย!!”

 

            เด็กหนุ่มตัวเล็กในชุดสูทสีขาว บวกกับแก้มใสที่เริ่มมีสีแดงระเรื่อนั้นดึงดูดความสนใจขององค์ชายคาเมะไม่น้อย และในช่วงเวลาที่ทุกคนต่างหยุดนิ่งไม่ไหวติง องค์ชายคาเมะก็ค่อยๆเดินมาหาเทโกะเรลล่าช้าๆ

 

            จะรังเกียจไหม..ถ้าข้าจะขอเต้นรำกับเจ้าซักเพลงองค์ชายค้อมศีรษะลง สาวๆในงาน(รวมถึงพวกอยากสาวอย่างจินและยูอิจิ ) ต่างกรีดร้องกันเป็นแถวๆ

 

            เอ่อ.....

 

            อย่านะ!! องค์ชาย~!!” มีใครบางคนส่งเสียงคัดค้านออกมา และก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเลย...นอกจาก....

 

            ยามะ! / เจ้าชาย!” ทั้งองค์ชายคาเมะและเทโกะเรลล่าร้องออกมาพร้อมกัน แต่คำอุทานของเด็กหนุ่มนั่นเองที่ทำให้องค์ชายหน้าหวานไม่แพ้กันหันมามองหน้างงๆ

 

            เจ้าชายที่ไหนกัน นั่นมันยามะ องครักษ์ข้าต่างหาก หนุ่มน้อย!”

 

            องครักษ์อย่างนั้นหรือ??” เทโกะเรลล่าหันไปมองหน้ายามะพีที่ยืนอยู่อย่างแปลกใจ ถ้างั้นก็หมายความว่า

 

......นี่เค้าถูกต้มจนเปื่อยนะหรอเนี่ยยยยยย!!!!!!!!!!!!!! O_O!!!!.........

 

แล้วเจ้าออกมาทำไม ยามะ ข้ากำลังจะเต้นรำกับหนุ่มผู้นี้ เจ้ามีปัญหาอะไรกันรึ?” องค์ชายคาเมะถามอย่างเคืองๆ บังอาจมาขัดคอองค์ชาย ระวังจะถูกกดไม่รู้ตัวนะเออ.......

 

ข้าไม่ยอมให้ท่านเลือกเด็กคนนี้หรอก( เพราะข้าเล็งก่อน ) ยามะพีตอบเสียงดังอย่างไม่กลัว

 

ทำไมกัน!”

 

ถ้าเป็นอย่างนั้น นี่มันก็จะกลายเป็นฟิคเลสเปี้ยนนะสิ!!! ข้าไม่ยอมหรอก!!”  เออ....เห็นด้วยว่ะ....

 

ท่านมันบ้าไปแล้ว!” ทันใดนั้นเทโกะเรลล่าก็วิ่งออกไปจากงานอย่างรวดเร็ว ทนไม่ได้ที่ต้องทนเห็นหน้าคนที่หลอกตัวเองจนเชื่อสนิทใจ  เค้ามันโง่จริงๆ.......

 

 

เหอะ! ข้าก็แค่อยากลองเปลี่ยนรสชาติบ้างก็เท่านั้น เจ้าก็ชอบขัดข้าเรื่อยเลย ข้าละเบื่อจริงๆ

 

ก็ข้าเล็งเด็กคนนั้นก่อนแล้วนี่ขอรับ องค์ชายยามะพีบอกเหตุผล

 

ไปง้อให้ได้ก่อนเถอะ ทำเป็นปากดี รีบไปซะสิ ข้าจะได้หาคนอื่นซักที เบื่อจริงๆ มีแต่สาวๆองค์ชายส่ายหน้าเซ็งๆ มองไปทางไหนก็เห็นแต่สาวๆ ..........หนุ่มๆหล่อๆไม่มีบ้างหรือไงเนี่ยย!!.....

 

 

เต้นรำกับข้าซักเพลงได้ไหมพะยะคะ องค์ชายเสียงหล่อดังขึ้นที่ด้านหลัง

 

เจ้า...! ได้สิ...ข้าไม่รังเกียจอยู่แล้วองค์ชายตอบรับง่ายๆ ก่อนจะออกไปเต้นรำอยู่กลางงาน.

 

อ้าวเฮ้ยยยย!!! จิน!!!!!! มันออกไปเต้นรำกับเจ้าชายได้ไงว่ะ ยูอิจิร้องเสียงหลง มายกอดแดม น้องกุมันเปลี่ยนสปีชี่เร็วจริงๆ O_O!!

 

.

.

.

.

 

คนบ้า!! คนหลอกลวง!!!!” เทโกะเรลล่าที่วิ่งออกมาจากในงาน หยุดยืนร้องไห้ที่กลางสวนของวังนั้นเอง

 

ข้าขอโทษ!”  ยามะพีที่เพิ่งวิ่งตามมาถึงเอ่ยเบาๆ เรียกให้เด็กหนุ่มหันมาทั้งน้ำตา

 

ท่านหลอกข้า เห็นข้าโง่นักหรือไง!!” ค้อนให้หนึ่งที ก่อนจะตั้งท่าเดินที แต่มือใหญ่ก็คว้าเอวเล็กนั่นไว้ได้ทันเช่นเดียวกัน

 

นี่!! ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะเทโกะร้องพลางดิ้นไปมาในอ้อมแขนแข็งแรง

 

ข้าจะไม่ปล่อย ถ้าเจ้าไม่ยอมฟังคำขอโทษของข้าก่อนองครักษ์หนุ่มยิ้มมีเลสนัย ให้คนอ้อมกอดนึกใจกระตุกเล่น ยิ่งอยู่ใกล้ๆกันแบบนี้ก็ยิ่งทำให้รู้สึกแปลกๆในอกอย่างบอกไม่ถูก

 

....มันหมายความว่ายังไงกันนะ......

 

งั้นก็เชิญพูดในสิ่งที่ท่านต้องการได้แล้ว ข้าอึดอัดพูดจบร่างบางก็เชิดหน้าใส่ให้คนตัวใหญ่กว่านึกอยากจะจับมาจูบซะให้เข็ด .....เย็นไว้...ยามะพี...อีกนิดเดียว..... 

 

ยามะพีค่อยๆโน้มศีรษะมาที่ข้างใบหูนิ่ม ก่อนจะเอ่ยเบาๆว่า

 

ข้าขอโทษ...ยกโทษให้ข้านะ....ได้โปรด....ไม่รู้ว่าจะยกโทษให้หรือไม่ให้แต่ที่แน่ๆคือตอนนี้เด็กหนุ่มไม่มีเรี่ยวแรงจะทรงตัวต่อเสียแล้วละ 

 

....>//////<…..”

 

อะไรกัน ตกลงเจ้าจะยกโทษให้ข้าหรือเปล่าเนี่ย เอาแต่ซุกหน้าอย่างนั้นนะ เข้าไม่รู้หรอกนะยามะพียิ้มน้อยยิ้มใหญ่ที่เห็นคนตัวเล็กเอาซุกหน้าอยู่กับอกเค้าไม่เลิก แล้วยังเอาแต่ส่ายหัวไปมาอีก

 

ส่ายหัวอย่างนี้ เจ้าจะไม่ยกโทษให้ข้าจริงๆนะหรอ อยากโดนกอดใช่มั้ยละ ข้ารู้นะ

 

ไม่จริงนะ!” รีบเงยหน้าปฏิเสธทันควันทั้งแก้มแดงๆนั่นแหละ  ไม่รู้ตัวหรือไงกันนะว่าแค่กระซิบเบาๆข้างหูแค่นี้ มันก็ทำให้เค้าเขินจนไม่รู้เอาหน้าไปไว้แล้ว  ดูสิ..ยังจะยิ้มอยู่นั่นแหละ เดี๋ยวก็เอาไม้ทิ่มตาซะนี่ (อ้าว บทโหดซะงั้น - -“)

 

“’’งั้นยกโทษให้ข้าสิ

 

 

ติ๊งงงงงงงหน่องงงงระหว่างนั้นเองที่เสียงจากหอนาฬิกาได้ดังขึ้น

 

แย่ละ เที่ยงคืนแล้ว!” เทโกะเรลล่าร้องเสียงหลง

 

มีอะไรหรือ?”

 

ก็ทุกอย่างมันจะเปลี่ยนเป็นเหมือนเดิมนะสิ

 

 

ปิ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

 

เฮ้ยยยยยยยยยยยยย!!!”

 

โอ้ว! O_O”

 

เกิดอะไรขึ้นนะหรอ???

 

อยากรู้มั้ย???

 

อ้าวว...ไม่อยากรู้หรอ??

 

แต่จะบอกแล้วกัน....

 

ก็ไม่มีหรอก .... แค่เวทมนย์ของนางฟ้าเรียวจังหมดฤทธิ์แล้วทุกอย่างที่ถูกเสกขึ้นก็หายไปเท่านั้นเอง

เพียงแต่....นางฟ้าเรียวจังไม่ได้บอกเทโกะเรลล่าว่า....

 

            ...ชุดที่ใส่มันจะกลับเหมือนเดิม...เหมือนตอนเกิด เท่านั้นเอง....

 

 

            ---------เอวัง....จบด้วยประการฉะนี้แล----------

.

.

 

---หลังฉาก----

 

เฮ้ย! ไอ้พี อย่าลืมเลี้ยงเหล้ากุด้วยนะเมิง อุตส่าลงทุนแต่งตัวเป็นนางฟ้า ทุเรศตัวเองชิบ

 

เออๆ ตามคำขอเลย ขอบใจเพื่อนรัก แต่ว่านะ.....

 

อะไรว่ะ?”

 

แต่งแบบนี้ก็น่ารักใช่เล่นนะ ....นางฟ้าเรียวจัง’…. ”

.

.

 

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า : แม้แต่นางฟ้าก็ไว้ใจไม่ได้ (จริงๆนะเออ)